อยากจะเพิ่มความซู่ซ่าในเรื่องบนเตียงงั้นเหรอ? ลองทำให้คืนนี้เป็นคืนของเขา และทำให้เขาคลั่งไคล้ด้วยลีลาร่วมรักที่ผู้ชายชื่นชอบ เซ็กส์อาจเป็นเรื่องของความรักและความสนิทเสน่หา แต่ก็เป็นเรื่องของความสนุกด้วยเช่นกัน และท่าทางพวกนี้ก็คือส่วนที่จะเพิ่มความสนุกให้แก่เซ็กส์ และในขณะเดียวกัน ความหลากหลายของลีลาก็ทำให้คุณได้ใกล้ชิดสนิทสนม และได้สำรวจกันและกันในแบบที่แตกต่างออกไป
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558
ลีลาที่ผู้ชายปลื้มและแซบเวอร์สำหรับคุณ
อยากจะเพิ่มความซู่ซ่าในเรื่องบนเตียงงั้นเหรอ? ลองทำให้คืนนี้เป็นคืนของเขา และทำให้เขาคลั่งไคล้ด้วยลีลาร่วมรักที่ผู้ชายชื่นชอบ เซ็กส์อาจเป็นเรื่องของความรักและความสนิทเสน่หา แต่ก็เป็นเรื่องของความสนุกด้วยเช่นกัน และท่าทางพวกนี้ก็คือส่วนที่จะเพิ่มความสนุกให้แก่เซ็กส์ และในขณะเดียวกัน ความหลากหลายของลีลาก็ทำให้คุณได้ใกล้ชิดสนิทสนม และได้สำรวจกันและกันในแบบที่แตกต่างออกไป
9 ท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบ และทำให้สาวคนรักไปถึงจุดสุดยอด
แน่นอนว่าการมีเซ็กส์กับคนพิเศษนั้น มีส่วนช่วยสานความสัมพันธ์ของคู่รักให้กระชับแน่นแฟ้นมากขึ้นและต่างสุขสมด้วยท่าร่วมเพศต่าง ๆ โดยวันนี้กระปุกดอทคอมได้หยิบเอา 9 ท่าเซ็กส์ยอดนิยมของผู้ชายจากเว็บไซต์ mensfitness มาบอกกันด้วย ดูสิว่าจะมีท่าที่คุณชอบอยู่ด้วยหรือเปล่า
เรียกได้ว่าท่ามิชชันนารีเป็นท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบมาก เพราะเป็นท่าเบสิกที่เข้าด้ายเข้าเข็มสุด ๆ โดยผู้ชายอยู่บนและผู้หญิงนอนหงายอยู่ล่างพร้อมกางขาออกเล็กน้อย ช่วยให้ผู้ชายสอดใส่ได้ลึกและผู้หญิงไม่เหนื่อยง่าย แถมได้สบตากันด้วย ซึ่งทาง ดอเรียน โซลอท นักเพศศึกษา บอกว่าท่ามิชชันนารีอาจไม่มีอะไรหวือหวานัก แต่ฝ่ายหญิงชอบที่ได้ใกล้ชิดสุด ๆ กับแฟนหนุ่มของตัวเอง ส่วน โลรา โซโมซา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศสัมพันธ์ เสริมว่า การที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขมากขึ้นด้วยท่ามิชชันนารี ฝ่ายชายควรเปลี่ยนมุมการสอดใส่บ้าง แทนการเข้า-ออกตรง ๆ แบบเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้รวดเร็วขึ้น
ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลังจัดได้ว่าเป็นท่าที่เพิ่มความสนุกให้ผู้ชายมากเลยทีเดียว เพราะผู้ชายนอนหงายอยู่ข้างล่างแทน ขณะที่ฝ่ายหญิงจะนั่งหันหลังให้ พร้อมกับคร่อมจ้าวโลกไว้ โดย เมแกน แอนเดลโลซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศาสตร์ บอกว่าท่านี้ช่วยให้ฝ่ายชายเข้าถึงจุดคลิตอริสได้ง่าย ส่งผลให้ฝ่ายหญิงเสร็จง่ายสุด ๆ
การทำท่าด๊อกกี้ สไตล์ เป็นอีกท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบทำ เพราะสามารถสอดใส่ได้ลึกขึ้น ขณะที่ผู้หญิงจะอยู่ในท่าคลานสี่ขาหันหลังให้ผู้ชาย โดย เอมี เลอวีน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์อย่าง igniteyourpleasure บอกว่า ท่าด๊อกกี้ สไตล์ ทำให้ฝ่ายหญิงสามารถขยับสะโพกในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองถึงจุดสุดยอดได้ดี ส่วน ดร.กลอเรีย เบรม นักเพศศาสตร์ เผยว่าผู้ชายสามารถใช้มือหรือเซ็กส์ทอย กระตุ้นจีสปอต ช่วยให้เธอถึงจุดสุดยอดอย่างมีความสุขได้ด้วย
นับว่าเป็นท่าที่ทำให้ผู้ชายเพลินสุด ๆ และผู้หญิงมีความสุขมาก เพราะฝ่ายชายนอนหงายให้ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมน้องชาย โดยหันหน้าเข้าหากัน ด้าน โลรา ซาโมซา กล่าวว่า ผู้ชายควรจับสะโพกแฟนสาวเพื่อบังคับจังหวะการโยกของเธอ ไม่เพียงเท่านี้ เอมี เลอวีน เสริมว่า ท่านี้ช่วยให้ฝ่ายหญิงมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะว่าเธอเป็นคนควบคุมจังหวะและการสอดใส่นั่นเอง
ท่าที่ผู้ชายโอบกอดตัวและสอดใส่ผู้หญิงจากด้านหลัง ซึ่งผู้ชายสามารถใช้มือสัมผัสจุดต่าง ๆ ของฝ่ายหญิงได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก เอว หรือจุดลับ โดย เมแกน แอนเดลโลซ์ กล่าวว่า ท่าสปูนนิ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกฟิน เพราะจุดลับของฝ่ายหญิงจะรัดจ้าวโลกแน่นขึ้นยังไงล่ะ
อาจจะดูเหมือนจัดท่ายากไปหน่อยสำหรับท่าคริสครอส เพราะทั้งสองคนต้องนอนตะแคงข้างและให้ฝ่ายชายสอดเข้าจากข้างหลัง โดยมีลักษณะคล้ายตัว “X” แต่รับรองว่าคุณผู้ชายจะฟินจนบอกไม่ถูกแน่นอน ซึ่งทาง มาร์แชล มิลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศสัมพันธ์เสริมว่า ท่านี้ช่วยให้ผู้หญิงสามารถใช้นิ้วกระตุ้นคลิตอริสของตัวเองได้สะดวกด้วย
การใช้หมอนหรือผ้าห่มหนา ๆ มาเสริม ขณะร่วมรักในท่าต่าง ๆ ช่วยเปิดมุมใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น หากใช้หมอนรองสะโพกของฝ่ายหญิงในท่ามิชชั่นนารี จะทำให้กระดูกเชิงกรานของเธอยกขึ้น ช่วยให้ฝ่ายชายสอดใส่ได้ง่ายลึกกว่าเดิม ด้าน ดร.กลอเรีย เบรม เสริมว่า แม้ว่าการใช้หมอนจะทำให้ผู้ชายรู้สึกมีความสุข แต่ฝ่ายหญิงอาจรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไรนักกับบางท่า และถ้าจะให้ดี ควรถามเธอก่อนว่าให้วางหมอนตรงไหน
ก่อนที่จะใช้เทคนิคนี้ ให้เริ่มร่วมรักกับท่ามิชชั่นนารีแบบปกติสักพัก แล้วเริ่มเทคนิคดังกล่าวโดยให้ฝ่ายชายยกสะโพกของฝ่ายหญิงขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนมุมการสอดใส่จากเข้า-ออก เป็นขึ้น-ลง ส่งผลให้จ้าวโลกเข้าถึงคลิตอริสโดยตรงและผู้ชายสามารถเพิ่มความแรงของการโยกได้อีกด้วย นอกจากนี้ เอ็ดเวิร์ด ไอเชล นักจิตวิทยา กล่าวว่าเทคนิคนี้เป็นท่าเซ็กส์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ส่วน เอมี เลอวีน เสริมว่า คู่รักบางคู่บอกว่าเทคนิคข้างต้น ทำให้ร่างกายของพวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคลิตอริสได้ดีมาก
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบมาก เพราะขาทั้งสองข้างของผู้หญิงที่ยกมาพาดบ่าไว้ ช่วยเปิดจุดสงวนของเธอให้กว้างขึ้นและฝ่ายชายสอดใส่ได้ลึกสุด ๆ เท่าที่จะเข้าไปได้ โดย ดร.กลอเรีย เบรม บอกว่า การยกขาฝ่ายหญิงขึ้นนั้น ช่วยให้ฝ่ายชายเข้าถึงจีสปอตง่ายกว่าท่าอื่น ๆ นั่นเอง
เมื่อหนุ่ม ๆ ได้ทราบถึงท่าเซ็กส์ต่าง ๆ ที่เรานำมาฝากกันแล้ว จะนำไปใช้กับคนรักยังไงให้มีความสุข ก็ค่อย ๆ ลองทีละท่า ไม่ต้องหักโหมมากเกินไป ระวังร่างกายจะอ่อนเพลีย จนไม่มีแรงสานต่อท่าอื่น ๆ ล่ะครับ ;)
วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558
ประโยชน์ 10 อย่างจากการมีเซ็กส์ที่คุณอาจไม่รู้
ฟังดูแล้วทึ่งเหมือนกันนะครับสำหรับประโยคที่ว่า “ยิ่งมีเซ็กส์เท่าไร ก็ยิ่งสุขภาพดีเท่านั้น” เพราะการมีเซ็กส์ไม่ได้แค่ช่วยสภาวะทางอารมณ์เท่านั้น แต่ยังช่วยชะลอวัยและต่อสู้กับโรคหรือแม้กระทั่งรักษาบาดแผล ChicMinistry จะนำเสนอประโยชน์ 10 อย่างนั้นว่ามีอะไรบ้าง
1. เซ็กส์ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
จากวาสารเกี่ยวกับหัวใจของสหรัฐฯ เผยว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดน้อยกว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์น้อยครั้ง นอกจากนั้นแล้ว จากการสำรวจผู้ชาย 1,165 คนโดยสถาบันการวิจัยนิวอิงค์แลนด์ พบว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์หนึ่งครั้งต่อเดือนจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดถึง 50% มากกว่าผู้ชายที่มีเซกส์ประจำ เป็นไงละครับ
จากวาสารเกี่ยวกับหัวใจของสหรัฐฯ เผยว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์อย่างน้อยสองครั้งต่อสัปดาห์จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดน้อยกว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์น้อยครั้ง นอกจากนั้นแล้ว จากการสำรวจผู้ชาย 1,165 คนโดยสถาบันการวิจัยนิวอิงค์แลนด์ พบว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์หนึ่งครั้งต่อเดือนจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดถึง 50% มากกว่าผู้ชายที่มีเซกส์ประจำ เป็นไงละครับ
2. เซ็กส์ช่วยเผาผลาญแคลอรี่
การถึงจุดสุดยอดนั้นสามารถเผาผลาญเพียง 2-3 แคลอรี่เท่านั้น แต่รู้หรือเปล่าครับว่าการเล้าโลมก่อนถึงจุดสุดยอดสามารถเผาผลาญได้มากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและพลังงานที่ใช้ในการเล้าโลมด้วย ยกตัวอย่างการเล้าโลม 20 นาทีสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 150 เชียวนะครับ ทำเป็นเล่นไป
การถึงจุดสุดยอดนั้นสามารถเผาผลาญเพียง 2-3 แคลอรี่เท่านั้น แต่รู้หรือเปล่าครับว่าการเล้าโลมก่อนถึงจุดสุดยอดสามารถเผาผลาญได้มากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและพลังงานที่ใช้ในการเล้าโลมด้วย ยกตัวอย่างการเล้าโลม 20 นาทีสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 150 เชียวนะครับ ทำเป็นเล่นไป
3. เซ็กส์คือยานอนหลับชั้นดี
เรื่องแบบนี้คุณผู้หญิงคงรู้ดีใช่มั้ยครับ การถึงจุดสุดยอดสามารถช่วยให้ผู้ชายหลายคนนอนหลับสบาย อิอิ
เรื่องแบบนี้คุณผู้หญิงคงรู้ดีใช่มั้ยครับ การถึงจุดสุดยอดสามารถช่วยให้ผู้ชายหลายคนนอนหลับสบาย อิอิ
4. เซ็กส์ช่วยขจัดความเครียด
จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยสกอตแลนด์ตะวันตกพบว่า เซ็กส์ช่วยคลายความวิตกกังวล ลดความฮอร์โมนความเครียด และช่วยแก้ปัญหาด้านจิตใจได้เป็นอาทิตย์เชียวนะครับ ยกตัวอย่างจากการทดลองให้ผ้หญิงและผู้ชายจำนวน 46 คน แก้ไขโจทย์คณิตศาสตร์หน้าสาธารณะชน โดยคนที่เข้าร่วมบางรายต้องมีเซ็กส์มาก่อนหน้านี้สองอาทิตย์ ผลที่ได้ คนที่มีเซ็กส์จะมีความเครียดน้อยกว่า และอารมณ์จะกลับมาปกติไวกว่าคนที่ไม่มีเซ็กส์
จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยสกอตแลนด์ตะวันตกพบว่า เซ็กส์ช่วยคลายความวิตกกังวล ลดความฮอร์โมนความเครียด และช่วยแก้ปัญหาด้านจิตใจได้เป็นอาทิตย์เชียวนะครับ ยกตัวอย่างจากการทดลองให้ผ้หญิงและผู้ชายจำนวน 46 คน แก้ไขโจทย์คณิตศาสตร์หน้าสาธารณะชน โดยคนที่เข้าร่วมบางรายต้องมีเซ็กส์มาก่อนหน้านี้สองอาทิตย์ ผลที่ได้ คนที่มีเซ็กส์จะมีความเครียดน้อยกว่า และอารมณ์จะกลับมาปกติไวกว่าคนที่ไม่มีเซ็กส์
5. เซ็กส์ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Wilkes รัฐแคลิฟอร์เนียพบว่า คนที่มีเซ็กส์อย่างน้อยหนึ่งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์จะมีภูมิคุ้มกันดีกว่าคนที่มีเซ็กส์น้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ และจากการนำตัวอย่างน้ำลายของนักเรียนจำนวน 111 คนมาตรวจ พบว่าคนที่มีเซ็กส์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีอิมมูโนโกลบูลิน แอนติเจน (IgA) มากกว่าคนที่มีเซ็กส์น้อยกว่าถึง 30% IgA เป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องเชื้อโรคในร่างกายมนุษย์ นอกจากนั้นแล้วการได้ใกล้ชิดคนรัก เพื่อสนิท ครอบครัว สามารถป้องกันอาหารป่วยได้
จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Wilkes รัฐแคลิฟอร์เนียพบว่า คนที่มีเซ็กส์อย่างน้อยหนึ่งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์จะมีภูมิคุ้มกันดีกว่าคนที่มีเซ็กส์น้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ และจากการนำตัวอย่างน้ำลายของนักเรียนจำนวน 111 คนมาตรวจ พบว่าคนที่มีเซ็กส์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีอิมมูโนโกลบูลิน แอนติเจน (IgA) มากกว่าคนที่มีเซ็กส์น้อยกว่าถึง 30% IgA เป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องเชื้อโรคในร่างกายมนุษย์ นอกจากนั้นแล้วการได้ใกล้ชิดคนรัก เพื่อสนิท ครอบครัว สามารถป้องกันอาหารป่วยได้
6. เซ็กส์ช่วยรักษาบาดแผลให้หายไวได้
จากการสำรวจคู่รัก 45 คู่ที่มีแผลบริเวณแขน นักวิจัยจากโอไฮโอระบุว่าคู่รักที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นแสดงให้เห็นว่าแผลหายไวกว่า ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วยละก็ แผลจะยิ่งหายไวเป็นสองเท่ากว่าคนปกติเชียวล่ะครับ
จากการสำรวจคู่รัก 45 คู่ที่มีแผลบริเวณแขน นักวิจัยจากโอไฮโอระบุว่าคู่รักที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นแสดงให้เห็นว่าแผลหายไวกว่า ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้วยละก็ แผลจะยิ่งหายไวเป็นสองเท่ากว่าคนปกติเชียวล่ะครับ
7. เซ็กส์อาจช่วยย้อนวัยได้
ด็อกเตอร์ David Weeks ผู้เชี่ยวชาญประสาทวิทยาแห่งโรงพยาบาลหลวงเอดินบะระเชื่อว่าเซ็กส์สามารถขจัดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้ จากการสำรวจคน 3,500 คนในประเทศอังกฤษและสหรัฐฯ พบว่าคนที่มีเซ็กส์ 4 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าคนทั่วไปถึง 10 ปี เนื่องจากความสุขจากการมีเซ็กส์จะสร้างฮอร์โมนที่ช่วยให้อ่อนวัยได้ ว้าววว อยากหน้าอ่อนอยู่พอดีเลย
ด็อกเตอร์ David Weeks ผู้เชี่ยวชาญประสาทวิทยาแห่งโรงพยาบาลหลวงเอดินบะระเชื่อว่าเซ็กส์สามารถขจัดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าได้ จากการสำรวจคน 3,500 คนในประเทศอังกฤษและสหรัฐฯ พบว่าคนที่มีเซ็กส์ 4 ครั้งต่อสัปดาห์จะมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าคนทั่วไปถึง 10 ปี เนื่องจากความสุขจากการมีเซ็กส์จะสร้างฮอร์โมนที่ช่วยให้อ่อนวัยได้ ว้าววว อยากหน้าอ่อนอยู่พอดีเลย
8. เซ็กส์ช่วยป้องกันมะเร็งได้
การศึกษาหลายครั้งระบุว่าการหลั่งบ่อยๆในเวลาหลายปีสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จากการสำรวจผู้ชายประเทศสหรัฐฯ 29,000 คน อายุระหว่าง 46-81 ปี โดยมีสมมุติฐานเกี่ยวกับประวัติการมีเซ็กส์และช่วยเหลือตัวเองในช่วงอายุ 20-49 พบว่าผู้ชายที่หลั่ง 21 ครั้งต่อเดือนมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่หลั่ง 7 ครั้งต่อเดือน นอกจากนั้นแล้วการถึงจุดสุดยอดช่วยลดปริมาณสารอันตรายที่อาจก่อมะเร็งได้ด้วย
การศึกษาหลายครั้งระบุว่าการหลั่งบ่อยๆในเวลาหลายปีสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ จากการสำรวจผู้ชายประเทศสหรัฐฯ 29,000 คน อายุระหว่าง 46-81 ปี โดยมีสมมุติฐานเกี่ยวกับประวัติการมีเซ็กส์และช่วยเหลือตัวเองในช่วงอายุ 20-49 พบว่าผู้ชายที่หลั่ง 21 ครั้งต่อเดือนมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่หลั่ง 7 ครั้งต่อเดือน นอกจากนั้นแล้วการถึงจุดสุดยอดช่วยลดปริมาณสารอันตรายที่อาจก่อมะเร็งได้ด้วย
9. เซ็กส์ช่วยให้ชีวิตรักยาวนาน
จากการศึกษาของวารสารการแพทย์ประเทศอังกฤษในปี 1997 การเสียชีวิตของชายวัยกลางคนในช่วง 10 ปี พบว่าเซ็กส์ส่งผลทางบวกต่อสุขภาพของผู้ชายเหล่านั้น และจากการเปรียบเทียบโดยใช้อายุและสุขภาพเป็นตัวแปร นักวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีความถี่ในการหลั่งสูงมีอัตรา 50% น้อยกว่าผู้ชายที่มีความถี่ในการหลั่งต่ำ
จากการศึกษาของวารสารการแพทย์ประเทศอังกฤษในปี 1997 การเสียชีวิตของชายวัยกลางคนในช่วง 10 ปี พบว่าเซ็กส์ส่งผลทางบวกต่อสุขภาพของผู้ชายเหล่านั้น และจากการเปรียบเทียบโดยใช้อายุและสุขภาพเป็นตัวแปร นักวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีความถี่ในการหลั่งสูงมีอัตรา 50% น้อยกว่าผู้ชายที่มีความถี่ในการหลั่งต่ำ
10. เซ็กส์ช่วยให้มีความสุขขึ้น
จากการสำรวจผู้ชายออสซี่จำนวน 5,000 คนพบว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีความสุขถึง 135% กว่าผู้ชายโสด ในขณะที่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะมีความสุข 52% มากกว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยให้คนมีความสุขขึ้น เห็นด้วยมั้ยครับ?
จากการสำรวจผู้ชายออสซี่จำนวน 5,000 คนพบว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีความสุขถึง 135% กว่าผู้ชายโสด ในขณะที่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะมีความสุข 52% มากกว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอช่วยให้คนมีความสุขขึ้น เห็นด้วยมั้ยครับ?
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากามตายด้านนั้น คือภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ อาการนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายในช่วงวัยใดก็ได้ แต่ก็มักจะพบมากขึ้นตามอายุทิ่เพิ่มขึ้น
กลไกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายค่อนข้างมีความซับซ้อน กล่าวคือ สิ่งเร้าจะกระตุ้นสมองให้ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไขสันหลัง สัญญาณเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปทำให้หลอดเลือดส่งเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย จึงทำให้อวัยวะเพศชายขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชายมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เรียงตัวกันเป็นแท่ง การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายจะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อนี้และมีการขยายตัวเต็มที่ การขยายตัวดังกล่าวจะไปกดเส้นเลือดดำทำให้เลือดไหลออกจากอวัยวะเพศชายได้น้อย สาเหตุของการเสื่อสมรรถภาพทางเพศนั้นอาจเกิดจากการสะดุดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งที่กล่าวมา โดยอาจมีสาเหตุจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้
ถึงแม้ว่าการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศชายนั้นจะเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่สัญญาณของการเกิดปัญหาเรื้อรังก็ตาม แต่ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนเรื่องวิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
การหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่ากามตายด้านนั้น คือภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ อาการนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายในช่วงวัยใดก็ได้ แต่ก็มักจะพบมากขึ้นตามอายุทิ่เพิ่มขึ้น
กลไกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายค่อนข้างมีความซับซ้อน กล่าวคือ สิ่งเร้าจะกระตุ้นสมองให้ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไขสันหลัง สัญญาณเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปทำให้หลอดเลือดส่งเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย จึงทำให้อวัยวะเพศชายขยายใหญ่ขึ้น เนื้อเยื่อของอวัยวะเพศชายมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เรียงตัวกันเป็นแท่ง การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายจะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อนี้และมีการขยายตัวเต็มที่ การขยายตัวดังกล่าวจะไปกดเส้นเลือดดำทำให้เลือดไหลออกจากอวัยวะเพศชายได้น้อย สาเหตุของการเสื่อสมรรถภาพทางเพศนั้นอาจเกิดจากการสะดุดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งที่กล่าวมา โดยอาจมีสาเหตุจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้
ถึงแม้ว่าการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศชายนั้นจะเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่สัญญาณของการเกิดปัญหาเรื้อรังก็ตาม แต่ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนเรื่องวิธีการรักษาก็จะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
สาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร?
- ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เช่น ความรู้สึกผิดหรือความกังวลต่างๆ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งกลัวว่าอวัยวะเพศจะไม่สามารถแข็งตัวได้ จนกลายเป็นสิ่งรบกวนใจถึงขนาดที่ทำให้เกิดเป็นความคาดการณ์ไปเองว่าจะเป็นเช่นนั้น
- สภาวะที่มีผลกระทบต่อสมองและการลดลงของแรงขับทางเพศ ได้แก่ อาการซึมเศร้าหรือโรคจิตเภท การใช้ยาที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยาระงับประสาท ยาต้านการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตบางชนิด และแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการป่วยเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ ปอด ไต หรือโรคตับ และโรคมะเร็งบางชนิด
- การเปลี่ยนแปลงด้านฮอร์โมนที่ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง รวมถึงระดับเทสโทสเทอโรนลดลง ระดับโปรแลกตินเพิ่มขึ้น(ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำงานของต่อมพิทูอิทารี่) และภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากหรือน้อยเกินไป
- ความผิดปกติต่างๆ ทางสมอง ซึ่งความผิดปกตินี้อาจไม่มีผลต่อเรื่องความต้องการทางเพศ แต่จะมีความเกี่ยวเนื่องทางระบบประสาทซึ่งมีผลต่อการทำหน้าที่ทางเพศ ความผิดปกติดังกล่าวจะรวมถึงเนื้องอกในสมองและเส้นเลือดในสมองอุดตันด้วย
- มีความผิดปกติที่บริเวณไขสันหลัง เช่น ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง (Multiple Sclerosis) หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง
- เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย โดยมีสาเหตุจากโรคเบาหวาน หรือการผ่าตัดกระดูกเชิงกรานเพื่อรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมะเร็งลำไส้
- การรับประทานยาบางชนิดก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาการเสื่อสมรรถภาพทางเพศได้ ได้แก่ ยาต้านอาการซึมเศร้า anticholinergics ยากลุ่มแอนตี้ฮีสตามีน ยาลดความดันโลหิตสูง เบต้า-บล็อกเกอร์ (และยาลดความดันอื่นๆ ในกลุ่ม antihypertensives) รวมไปถึงการได้รับสารนิโคตินจากการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานานๆ ด้วย
- โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดส่วนปลาย (การไหลเวียนของเลือดไม่ถึงอวัยวะส่วนปลายสุดและอวัยวะเพศชาย)
- ความอ่อนล้า
- อายุมากขึ้น
- อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวหรือคงความแข็งตัวไว้ได้ จนทำให้เกิดความพอใจในขณะปฏิบัติกิจทางเพศได้
- หลีกเลี่ยงการรับสารนิโคตินจากการสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพย์ติดอื่นๆ
- ถ้ายาที่ใช้อยู่เป็นสาเหตุของการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แพทย์ผู้ให้การรักษาอาจเปลี่ยนยาชนิดใหม่ให้
- กรณีที่การหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีสาเหตุจากปัญหาด้านอารมณ์หรือจิตใจ แพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางจิตเวชจะเป็นผู้ที่สามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อรักษาอาการดังกล่าวได้
- ถ้าระดับเทสโทสเทอโรนในเลือดต่ำ สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดเทสโทสเทอโรนเข้าร่างกายหรือแปะที่ผิวหนัง
- อาจต้องทำการรักษา ถ้ามีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง (Hyperthyroidism) หรือ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (hypothyroidism) จนเกินไป
- การรักษาด้วยยา Bromocriptine เพื่อรักษาระดับของโปรแลคตินที่เพิ่มมากเกินไป
- ในปัจจุบันมีการรักษาด้วยยารับประทานสามชนิดที่มีประสิทธิภาพ นั่นคือ ยาไวอะกร้า (sildenafil) ยาเลวิตร้า(vardenafil) และยาเซียลิส (tadalafil) ยาทั้งสามชนิดสามารถรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้โดยทำให้เลือดไหลเวียนเข้าไปสู่อวัยวะเพศชายได้ในระหว่างมีการกระตุ้นทางเพศ ยาเหล่านี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดการแข็งตัวในช่วงที่ไม่ได้มีการกระตุ้นทางเพศ ยาไวอะกร้าและเลวิตร้าช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนยาเซียลิสจะมีผลประมาณ 24-36 ชั่วโมง ผลข้างเคียงของยาทั้งสามแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยานี้ไม่ควรใช้กับผู้ที่กำลังใช้ยาประเภทที่มีส่วนผสมไนเตรทอยู่ เช่น ไนโตรไกลเซอริน หรือไม่ควรใช้กับคนไข้ที่เป็นโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน มีอาการหัวใจวาย หรือหัวใจเต้นผิดปกติขั้นรุนแรง
- การใช้เครื่องปั๊มสูญญากาศเพื่อช่วยให้เกิดการแข็งตัว หลักการทำงานของเครื่องคือ อากาศจะถูกปั๊มออกจากท่อพลาสติกที่นำไปสวมไว้ที่อวัยวะเพศชาย ภายในเวลา 2-3 นาทีหลังทำการปั๊ม เลือดจะถูกดึงให้เข้าไปที่เนื้อเยื่อ corpora cavernosa ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวแล้ว เครื่องมือนี้จะถูกนำออกไป จากนั้นจึงนำหนังสติ๊กรัดที่ฐานของอวัยวะเพศชาย เพื่อช่วยให้คงการแข็งตัวได้
- การฉีดยา alprostadil ด้วยตัวเอง ยาชนิดนี้เป็นยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพื่อนำเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย จนเกิดการแข็งตัว แพทย์ของคุณจะเป็นผู้แนะนำเทคนิควิธีการฉีดยาที่ถูกต้อง
- การรักษาด้วยการผ่าตัดสอดใส่วัสดุเข้าไปในอวัยวะเพศชาย วิธีการหนึ่งก็คือการสอดใส่วัสดุที่ขยายตัวได้ และมีโพรงสำหรับกักเก็บของเหลวได้ด้วย อีกวิธีการหนึ่งก็คือการฝังแท่งที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งสามารถดัดให้โค้งมาข้างหน้าเมื่อต้องการให้อวัยวะเพศอยู่ในภาวะแข็งตัว หรือเพื่อพับเก็บไว้กับลำตัวได้
- ในบางกรณีซึ่งไม่มากนัก แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดหลอดเลือด เพื่อให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศชายได้ดีขึ้น
- ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกินวันละ 2 แก้ว
- งดสูบบุหรี่
- ปรึกษานักบำบัดเกี่ยวกับการปรับปรุงการสื่อสารกับคู่ของคุณ
อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
โรคทุกชนิดที่ เกิดกับร่างกายคนเรา หากเราดูแลสุขภาพด้วยการใส่ใจกินอาหารที่มีประโยชน์ เชื่อว่าย่อมสามารถบรรเทาอาการของโรคและช่วยยืดอายุให้ยืนยาวได้ เช่นเดียวกันกับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง วันนี้เรามีคำแนะนำเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพที่ควรทานและควรหลีกเลี่ยงมาฝาก กัน อยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อมกันเลยค่ะ
อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง1.เลือกกินผลิตภัณฑ์จากนมที่ไร้ไขมัน เช่น นมขาดมันเนยหรือนมพร่องมันเนยและโยเกิร์ตไร้ไขมัน เป็นต้น
2.อาหารประเภทธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี เช่น ข้าวกล้องและข้าวโอ๊ต เป็นต้น
3.ผักสดหลากหลายชนิด โดยเฉพาะข้าวโพดและกระเทียมเพราะมีคุณสมบัติลดไขมันในเลือดได้ดี
4.ผลไม้หลากหลายชนิด แต่ยกเว้นผลไม้ที่มีรสชาติหวานจัดหรือผลไม้ที่สุกเกินไป ควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด
5.กินถั่วชนิดต่างๆ เพราะถั่วมีไขมันดีต่อสุขภาพและจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้
6.กินเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ที่ไร้ไขมัน
2.อาหารประเภทธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี เช่น ข้าวกล้องและข้าวโอ๊ต เป็นต้น
3.ผักสดหลากหลายชนิด โดยเฉพาะข้าวโพดและกระเทียมเพราะมีคุณสมบัติลดไขมันในเลือดได้ดี
4.ผลไม้หลากหลายชนิด แต่ยกเว้นผลไม้ที่มีรสชาติหวานจัดหรือผลไม้ที่สุกเกินไป ควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด
5.กินถั่วชนิดต่างๆ เพราะถั่วมีไขมันดีต่อสุขภาพและจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้
6.กินเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ที่ไร้ไขมัน
7.หลีกเลี่ยงการกินไขมันจากสัตว์ โดยกินไขมันจากพืชแทน เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอกและน้ำมันรำข้าว น้ำมันที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ น้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว เนื่องจากมันจะยิ่งเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลให้สูงขึ้นจนทำให้หลอดเลือดเกิดการ ตีบแข็งตามมาได้
8.กินอาหารเพื่อสุขภาพประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม แกงเลียง ยำ นึ่ง อบและย่าง โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบจากกะทิ เพราะมีไขมันสูงลิบเช่นเดียวกัน
9.กินไขมันที่ได้จากปลาทะเล เช่น น้ำมันตับปลาและปลาแซลมอน เพราะมันมีส่วนช่วยให้ไตรกลีเซอไรด์ลดน้อยลงอีกทั้งยังสามารถช่วยลดการจับ ตัวเป็นกลุ่มก้อนของเกล็ดเลือดได้ดีอีกด้วย
10.เน้นกินอาหารที่ให้ไฟเบอร์สูง โดยเฉพาะผักผลไม้นอกจากเสริมวิตามิน แร่ธาตุให้แก่ร่างกายดีแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้ด้วย
8.กินอาหารเพื่อสุขภาพประเภทต้ม ต้มยำ แกงส้ม แกงเลียง ยำ นึ่ง อบและย่าง โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบจากกะทิ เพราะมีไขมันสูงลิบเช่นเดียวกัน
9.กินไขมันที่ได้จากปลาทะเล เช่น น้ำมันตับปลาและปลาแซลมอน เพราะมันมีส่วนช่วยให้ไตรกลีเซอไรด์ลดน้อยลงอีกทั้งยังสามารถช่วยลดการจับ ตัวเป็นกลุ่มก้อนของเกล็ดเลือดได้ดีอีกด้วย
10.เน้นกินอาหารที่ให้ไฟเบอร์สูง โดยเฉพาะผักผลไม้นอกจากเสริมวิตามิน แร่ธาตุให้แก่ร่างกายดีแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลลงได้ด้วย
อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมด้วยไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารทอดๆ มันๆ ทุกชนิด
2.หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีมันหรือติดมัน เช่น หนังไก่ หนังเป็ด ไข่แดง เบคอน แฮม หมูยอ ตลอดจนอาหารทะเลอย่างปลาหมุกและหอยนางรม
3.หลีกเลี่ยงขนมหวานที่มีกะทิ น้ำตาลหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เช่น ขนมถ้วย ขนมหม้อแกงและกล้วยบวชชี เป็นต้น
4.ขนมต่างๆ ที่มีไขมันแอบแฝงอยู่ เช่น โดนัท คุ้กกี้ เค้กและไอศกรีม เป็นต้น
5.อาหารที่เป็นไขมันจากสัตว์ต่างๆ เช่น เนย มันไก่ มันหมูและมันวัว
6.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ทุกชนิด โดยเฉพาะการดื่มเบียร์เนื่องจากมันจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการสะสมของไตรกลีเซ อไรด์มากขึ้น
1.หลีกเลี่ยงอาหารที่อุดมด้วยไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารทอดๆ มันๆ ทุกชนิด
2.หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีมันหรือติดมัน เช่น หนังไก่ หนังเป็ด ไข่แดง เบคอน แฮม หมูยอ ตลอดจนอาหารทะเลอย่างปลาหมุกและหอยนางรม
3.หลีกเลี่ยงขนมหวานที่มีกะทิ น้ำตาลหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เช่น ขนมถ้วย ขนมหม้อแกงและกล้วยบวชชี เป็นต้น
4.ขนมต่างๆ ที่มีไขมันแอบแฝงอยู่ เช่น โดนัท คุ้กกี้ เค้กและไอศกรีม เป็นต้น
5.อาหารที่เป็นไขมันจากสัตว์ต่างๆ เช่น เนย มันไก่ มันหมูและมันวัว
6.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ทุกชนิด โดยเฉพาะการดื่มเบียร์เนื่องจากมันจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการสะสมของไตรกลีเซ อไรด์มากขึ้น
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
5 อาหารดีๆ บำรุงไต
การรับประทานอาหารหลายๆอย่างที่มากเกินความจำเป็น จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารบางชนิดเกินกว่าความต้องการและอาจทำให้ "ไต" ต้องทำงานหนักและเสื่อมเร็วได้
แต่สำหรับอาหารบางชนิดเมื่อรับประทานแล้วมีส่วนช่วยบำรุงไตให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เช่น กระเทียมสด ,หอมหัวใหญ่,กะหล่ำปลี ,ปลาสด และแครนเบอร์รี่
1. กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ
2. หอมหัวใหญ่ เป็นอาหารบำรุงสุขภาพสำหรับคนที่มีระดับครีเอตินิน ในระดับสูง หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคไต ซึ่งในหอมหัวใหญ่จะมีสารประกอบธรรมชาติอย่างโพรสตาแกลนติน ที่มีคุณสมบัติในการลดความหนืดของเลือด และช่วยลดความดันของเลือด ซึ่งจะทำให้ลดอาการโรคไตลงได้
3. กะหล่ำปลี จะมีวิตามิน C กรดฟอลิก เส้นใย และยังมีโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งสามารถขจัดสารพิษบางอย่างออกจากร่างกายได้ ทำให้ลดภาระการทำงานของไตได้ และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งทั้ง 2 โรค สามารถเชื่อมโยงการเกิดโรคไตได้
4. ปลาสด เช่น แซลมอน เทราต์ และซาร์ดีน อุดมไปด้วยโปรตีนและโอเมก้า 3 ที่คนไม่สามารถผลิตเองได้ ซึ่งการกินปลาสดเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลสูงได
5. แครนเบอร์รี่ ผลไม้ลูกเล็กสีแดงที่จะช่วยเพิ่มความเป็นกรดของปัสสาวะ และลดความเสี่ยงในการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ด้วย
10 อาหารสุขภาพ ที่ควรมีติดตู้เย็น
อาหารถือเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญกับชีวิตเราเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งปัจจุบันคนทั่วโลกหันมาใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น การเลือกทานอาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกายจึงกลายเป็นกระแสที่หลายๆ คนทำ โดยเฉพาะในหมู่สาวๆ ที่ต้องดูแลรูปร่างไม่ให้มีไขมันส่วนเกิน ว่าแต่อาหารสุขภาพชนิดใดที่สาวๆ ควรมีติดตู้เย็นบ้าง
น้ำเปล่า
ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมายสำหรับความจำเป็นและคุณประโยชน์ทำให้เราต้องดื่มน้ำ เพราะ "น้ำ" ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไม่อย่างปกติ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติและมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น รวมทั้งช่วยให้การขับถ่ายของเสียทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่น โดยน้ำที่เหมาะแก่การดื่มคือน้ำอุณหภูมิปกติ เรียกว่าสาวคนใดอยากสุขภาพดีอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วนะคะ

ผัก เหมาะมากสำหรับการเป็นอาหารในยุคเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทานเอง คุณจะได้ทานผักที่สดและปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งประหยัดเงินในกระเป๋า ในส่วนของคุณประโยชน์ของผักนั้น "ผัก" ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ อาทิ วิตามิน เกลือแร่ อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในผักยังมี "ใยพืช" (Fiber) ซึ่งช่วยกระตุ้นลำใส้ให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้
ไข่ไก่
หากคุณกำลังหาอาหารไว้ติดตู้เย็นสักชนิดที่ทั้งราคาถูกและมีคุณค่าทางอาหาร เราขอแนะนำ "ไข่ไก่" ค่ะ เพราะในไข่ไก่มีทั้งโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ทั้งยังมีวิตามินกับเกลือแร่อีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ , บี, ดี และ อี ธาตุเหล็ก , สังกะสี, ซีลีเนียม และไอโอดีน ส่วนใครที่เคยเชื่อมาผิดๆ ว่าทานไข่แล้วจะเสี่ยงกับความอ้วนนั้น คุณเข้าใจผิด เพราะโคเลสเตอรอลในไข่แดงมีประมาณ 230 มิลลิกรัมต่อฟอง ซึ่งนับว่าปลอดภัยกว่าการกินเนย แป้ง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมันมาก
นม
"นม" ในที่นี้จะเป็นประเภทใดก็ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมเปรี้ยว เพราะทุกประเภทล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราต้องอ่านฉลากข้างกล่องหรือขวดให้ดีก่อนจะซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ เพราะในนมแต่ละยี่ห้อแต่ละสูตรก็จะมีปริมาณน้ำนมและสารปรุงแต่งไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหารคุณควรดื่มนมวัวค่ะ เพราะในนมวัวมีแคลเซียมและโปรตีนซึ่งมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง
เนื้อปลา
สาวๆยุคใหม่หลายคนมองข้ามการทานเนื้อสัตว์ไปเพราะกลัวอ้วน แต่เราว่าคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หลังจากที่ทราบคุณประโยชน์ของ "เนื้อปลา" เพราะโปรตีนจากเนื้อปลามีไขมันต่ำ ย่อยง่าย และมีสาอาหาร คือ กรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีกรด DHA และกรด EPA โดย DHA จะช่วยบำรุงเซลล์สมอง เซลล์ประสาท และเรตินาในดวงตา ส่วนกรด EPA ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกาย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ผลไม้รสเปรี้ยวต้องย้ำไว้ก่อนค่ะว่าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม , มะม่วง,ฝรั่ง, กีวี่ ,ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะผลไม้ประเภทนี้จะมีวิตามินซีสูง (แถมยังปลอดภัยจากความอ้วนกว่าผลไม้รสหวานที่มีน้ำตาลมาก) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค ช่วยลดระดับไขมันที่จะไปพอกพูนเส้นเลือดในร่างกายแล้วทำให้หลอดเลือดอุดตัน ทั้งยังช่วยควบคุมโคเลสเตอรอล และป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญวิตามินซีททำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุของการเสื่อมของร่างกายอีกด้วย
โยเกิร์ต
เป็นผลิตภัณฑ์จากนมยอดฮิตที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ โดยใน "โยเกิร์ต" มีวิตามิน ได้แก่ วิตามิน เอ, บี1, บี 2, บี3,บี6, บี12, ดี, อี มีกรดที่ช่วยในการดูดซึมโปรตีน แคลเซียมและเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบการขับถ่าย ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่ก่อนซื้อต้องอ่านฉลากให้ดีก่อนนะคะว่าในโยเกิร์ตรสและยี่ห้อนั้นๆ มีส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง แนะนำว่าโยเกิร์ตธรรมชาติที่มีน้ำตาลน้อยดีที่สุดค่ะ
แอปเปิ้ล
คำกล่าวที่ว่า "ถ้ารับประทานแอปเปิ้ลวันละผลแล้วล่ะก็จะไม่ต้องไปหาหมอ" คงเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงนัก เพราะแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด อาทิ สารเบตาแคโรทีน วิตามินซี นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น อ้อ ถ้าอยากได้คุณค่าเต็มเปี่ยมแนะนำให้ทานแอปเปิ้ลทั้งเปลือกค่ะ เพราะเปลือกของแอปเปิ้ลแดง 1 ผลนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับวิตามินซี 820 มิลลิกรัมทีเดียว
ถั่ว
"ถั่ว" ถือเป็นโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เชียวค่ะ ดังนั้นคนที่อยู่ในช่วงทานเจหรือมังสวิรัติแต่ไม่อยากให้ร่างกายขาดโปรตีน ถั่วจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคุณค่ะ ที่สำคัญถั่วยังอุดมไปด้วยวิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ใครที่อยากทานอาหารสุขภาพราคาประหยัดต้องไม่พลาดถั่วค่ะ
ธัญพืช
มื้อเช้าที่เร่งรีบ ถ้าคุณไม่มีเวลาในการเข้าครัวเพื่อทำกับข้าว การมี "ธัญพืช" จำพวกข้าวโพด , ลูกเดือย ,งา ,ข่าวฟ่าง,เมล็ดทานตะวัน, จมูกข้าว, รำจ้าว (ชนิดที่อบกรอบพร้อมทาน) ติดตู้เย็นไว้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากทั้งยังดีต่อสุขภาพ โดยในธัญพืชจะมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการย่อย ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทำเกิดเป็นโรคเบาหวานตามมาในภายหลัง (ต่างจากแป้งขัดขาวซึ่งน้ำตาลจะถูกย่อยเร็ว) นอกจากนี้ธัญพืชยังเปี่ยมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์
น้ำเปล่า
ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมายสำหรับความจำเป็นและคุณประโยชน์ทำให้เราต้องดื่มน้ำ เพราะ "น้ำ" ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไม่อย่างปกติ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติและมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น รวมทั้งช่วยให้การขับถ่ายของเสียทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ผิวชุ่มชื่น โดยน้ำที่เหมาะแก่การดื่มคือน้ำอุณหภูมิปกติ เรียกว่าสาวคนใดอยากสุขภาพดีอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วนะคะ
ผัก เหมาะมากสำหรับการเป็นอาหารในยุคเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณปลูกพืชผักสวนครัวไว้ทานเอง คุณจะได้ทานผักที่สดและปลอดภัยจากสารพิษ รวมทั้งประหยัดเงินในกระเป๋า ในส่วนของคุณประโยชน์ของผักนั้น "ผัก" ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่ามาก เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ อาทิ วิตามิน เกลือแร่ อยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในผักยังมี "ใยพืช" (Fiber) ซึ่งช่วยกระตุ้นลำใส้ให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร โรคมะเร็งลำไส้
ไข่ไก่
หากคุณกำลังหาอาหารไว้ติดตู้เย็นสักชนิดที่ทั้งราคาถูกและมีคุณค่าทางอาหาร เราขอแนะนำ "ไข่ไก่" ค่ะ เพราะในไข่ไก่มีทั้งโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ทั้งยังมีวิตามินกับเกลือแร่อีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ , บี, ดี และ อี ธาตุเหล็ก , สังกะสี, ซีลีเนียม และไอโอดีน ส่วนใครที่เคยเชื่อมาผิดๆ ว่าทานไข่แล้วจะเสี่ยงกับความอ้วนนั้น คุณเข้าใจผิด เพราะโคเลสเตอรอลในไข่แดงมีประมาณ 230 มิลลิกรัมต่อฟอง ซึ่งนับว่าปลอดภัยกว่าการกินเนย แป้ง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมันมาก
นม
"นม" ในที่นี้จะเป็นประเภทใดก็ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมเปรี้ยว เพราะทุกประเภทล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเราต้องอ่านฉลากข้างกล่องหรือขวดให้ดีก่อนจะซื้อมาเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ เพราะในนมแต่ละยี่ห้อแต่ละสูตรก็จะมีปริมาณน้ำนมและสารปรุงแต่งไม่เท่ากัน สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาในเรื่องระบบย่อยอาหารคุณควรดื่มนมวัวค่ะ เพราะในนมวัวมีแคลเซียมและโปรตีนซึ่งมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลือง
เนื้อปลา
สาวๆยุคใหม่หลายคนมองข้ามการทานเนื้อสัตว์ไปเพราะกลัวอ้วน แต่เราว่าคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หลังจากที่ทราบคุณประโยชน์ของ "เนื้อปลา" เพราะโปรตีนจากเนื้อปลามีไขมันต่ำ ย่อยง่าย และมีสาอาหาร คือ กรดโอเมก้า 3 ซึ่งมีกรด DHA และกรด EPA โดย DHA จะช่วยบำรุงเซลล์สมอง เซลล์ประสาท และเรตินาในดวงตา ส่วนกรด EPA ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในร่างกาย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ผลไม้รสเปรี้ยวต้องย้ำไว้ก่อนค่ะว่าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม , มะม่วง,ฝรั่ง, กีวี่ ,ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพราะผลไม้ประเภทนี้จะมีวิตามินซีสูง (แถมยังปลอดภัยจากความอ้วนกว่าผลไม้รสหวานที่มีน้ำตาลมาก) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของภูมิต้านทานโรค ช่วยลดระดับไขมันที่จะไปพอกพูนเส้นเลือดในร่างกายแล้วทำให้หลอดเลือดอุดตัน ทั้งยังช่วยควบคุมโคเลสเตอรอล และป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ที่สำคัญวิตามินซีททำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุของการเสื่อมของร่างกายอีกด้วย
โยเกิร์ต
เป็นผลิตภัณฑ์จากนมยอดฮิตที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ โดยใน "โยเกิร์ต" มีวิตามิน ได้แก่ วิตามิน เอ, บี1, บี 2, บี3,บี6, บี12, ดี, อี มีกรดที่ช่วยในการดูดซึมโปรตีน แคลเซียมและเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหาร และระบบการขับถ่าย ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่ก่อนซื้อต้องอ่านฉลากให้ดีก่อนนะคะว่าในโยเกิร์ตรสและยี่ห้อนั้นๆ มีส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารอะไรบ้าง แนะนำว่าโยเกิร์ตธรรมชาติที่มีน้ำตาลน้อยดีที่สุดค่ะ
แอปเปิ้ล
คำกล่าวที่ว่า "ถ้ารับประทานแอปเปิ้ลวันละผลแล้วล่ะก็จะไม่ต้องไปหาหมอ" คงเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงนัก เพราะแอปเปิ้ลมีสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด อาทิ สารเบตาแคโรทีน วิตามินซี นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น อ้อ ถ้าอยากได้คุณค่าเต็มเปี่ยมแนะนำให้ทานแอปเปิ้ลทั้งเปลือกค่ะ เพราะเปลือกของแอปเปิ้ลแดง 1 ผลนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่ากับวิตามินซี 820 มิลลิกรัมทีเดียว
ถั่ว
"ถั่ว" ถือเป็นโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เชียวค่ะ ดังนั้นคนที่อยู่ในช่วงทานเจหรือมังสวิรัติแต่ไม่อยากให้ร่างกายขาดโปรตีน ถั่วจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคุณค่ะ ที่สำคัญถั่วยังอุดมไปด้วยวิตามินที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผิวหนัง ผม การควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ไขมันไม่อิ่มตัวในถั่วจะช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ใครที่อยากทานอาหารสุขภาพราคาประหยัดต้องไม่พลาดถั่วค่ะ
ธัญพืช
มื้อเช้าที่เร่งรีบ ถ้าคุณไม่มีเวลาในการเข้าครัวเพื่อทำกับข้าว การมี "ธัญพืช" จำพวกข้าวโพด , ลูกเดือย ,งา ,ข่าวฟ่าง,เมล็ดทานตะวัน, จมูกข้าว, รำจ้าว (ชนิดที่อบกรอบพร้อมทาน) ติดตู้เย็นไว้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้มากทั้งยังดีต่อสุขภาพ โดยในธัญพืชจะมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการย่อย ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จึงไม่ทำเกิดเป็นโรคเบาหวานตามมาในภายหลัง (ต่างจากแป้งขัดขาวซึ่งน้ำตาลจะถูกย่อยเร็ว) นอกจากนี้ธัญพืชยังเปี่ยมด้วยวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)