วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศ

คนไทยเราส่วนใหญ่รู้จัก น้ำผึ้ง ในฐานะยาอายุวัฒนะ  หรืออาหารเสริมบำรุงร่างกาย มาช้านาน และใช้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต การฟื้นฟูระบบต่างๆของร่างกายที่สึกหรอไป หรือใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศมีความเกี่ยวข้องกัน และคนสมัยโบราณได้ใช้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง เพื่อเป็นยาบำรุงสุขภาพทางเพศมาช้านาน วันนี้เรามารู้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศกัน
728000-topic-ix-3
ประโยชน์ของ น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศ
1. น้ำผึ้ง จะอุดมด้วยสารที่กระตุ้นทางเพศมากมายหลายชนิด เพราะตัวผึ้งจะรวบรวมเอาน้ำหวานและสารอาหารเหล่านี้จากมวลดอกไม้นานาพรรณ เช่น ดอกมะลิ ดอกกล้วยไม้ ฯลฯ และสารเหล่านี้สามารถใช้ในการปรับปรุงสุขภาพทางเพศของคนเราได้
2. น้ำผึ้งบริสุทธิ์ที่ยังไม่ได้ผ่านความร้อน จะอุดมด้วยสารกระตุ้นทางเพศอ่อนๆ ตามธรรมชาติ และยังมีสารและแร่ธาตุหลายอย่าง เช่น สังกะสี , วิตามินบี และอี ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของร่ายการ และสร้างเสริมสุขภาพทางเพศให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญไขมันภายในร่างกายให้กลายเป็นน้ำตาล ช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกด้วย
3. วิตามินที่เป็นองค์ประกอบสำคัญภายในน้ำผึ้ง จะช่วยเสริมสร้างการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ที่มีชื่อว่า Testosterone และสารโบรอนในน้ำผึ้งช่วยให้ร่างกายที่สร้างฮอร์โมน Estrogen ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการเร้าอารมณ์ทางเพศ
4. หากเรารับประทานน้ำผึ้งและกระเทียมก่อนนอนเป็นประจำจะช่วยให้เรานอนหลับง่าย และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดียิ่งๆขึ้น
5. สำหรับผู้ที่มีบุตรยากเนื่องจากฝ่ายชายมีจำนวนตัวอสุจิต่ำ การรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายสามารถเพิ่มจำนวนตัวอสุจิให้สูงขึ้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ตัวอสุจิ ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายที่มีหน้าที่ในการผลิตอสุจิทำงานดีขึ้นฮันนี่
6. การรับประทานน้ำผึ้งผสมกับน้ำผลไม้ วันละ 2 ช้อนโต๊ะเช้าเย็น จะทำให้อวัยวะเพศของฝ่ายชายมีความแข็งตัวได้ดี
7. การรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายให้สูงขึ้น
เมื่อทราบคุณประโยชน์มากมายของน้ำผึ้งกับสุขภาวะทางเพศแล้ว คุณจะไม่หามาลองรับประทานซักหน่อยหรือ?

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

อาหารคลีนเพื่อสุขภาพ

 อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง
อาหารคลีน - ผักสด
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น
ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน
  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย
อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย
กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารคลีน - ซูชิ
อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น
นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย
อาหารคลีน - เนื้อหมูอนามัย
ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
อาหารคลีน - ข้าวกล้อง
อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง
อาหารคลีนช่วยลดน้ำหนัก
ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้
1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น
ตัวอย่างอาหารคลีน
2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้
ตัวอย่างอาหารคลีน
3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง
ตัวอย่างอาหารคลีน
จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง
ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง

ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน ซึ่งสองในสามของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันโลหิตสูงและประชากรวัยผู้ใหญ่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบ มี 1 คน ใน 3 คน ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงรวมถึงคนไทยที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 22 และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 
      
       ในแต่ละปีประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงเกือบ 8 ล้านคน ส่วนประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 1.5 ล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงนี้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจอีกด้วย
      
       ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้แนะนำสมุนไพรไทยใกล้ตัวไว้ในหนังสือบันทึกของแผ่นดินหลายเล่ม ซึ่งที่มีผลช่วยลดอาการความดันโลหิตสูง วันนี้จึงได้รวบรวมสมุนไพรที่น่าสนใจ 6 ชนิด มานำเสนอดังนี้
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง
        “กระเจี๊ยบแดง” ความโดดเด่นของกระเจี๊ยบ คือ ไม่ว่ากระเจี๊ยบแดงจะงอกงาม ณ ประเทศไหน คนในประเทศนั้นจะมีการใช้กระเจี๊ยบแดงที่เหมือนกัน คือ ใช้เป็นยาลดความดันโลหิต เป็นยาขับปัสสาวะ และยังเชื่อว่ากระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณในการบำรุงไต และหัวใจ
      
       จากการทดลองในสัตว์และมนุษย์ พบว่า กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริค รวมทั้งลดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะภายหลังการผ่าตัดในไตได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการดื่มชากระเจี๊ยบวันละ 2 - 3 ครั้ง สามารถลดความดันโลหิต diastolic ลงตั้งแต่ร้อยละ 7.2 ถึง 13 เลยทีเดียว ดังนั้น ชากระเจี๊ยบจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
      
       นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า การที่กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิตได้ เนื่องมาจากสาร “แอนโธไซยานิน” (anthocyanins) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดนั่นเอง
      
       “คึ่นไฉ่” ชาวเอเชีย นิยมใช้คึ่นไฉ่เป็นยาลดความดันโลหิตมากว่า 2000 ปีแล้ว ชาวจีน ชาวเวียดนามแนะนำให้รับประทานคึ่นไฉ่วันละ 4 ต้น เพื่อรักษาความดันให้เป็นปกติ แพทย์อายุรเวทในอินเดียจะสั่งจ่ายเมล็ดคึ่นไฉ่เพื่อขับปัสสาวะสำหรับผู้ป่วยที่บวมน้ำ
      
       ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า คึ่นไฉ่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม คุมกำเนิด ลดจำนวนอสุจิ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ยับบั้งเนื้องอก ต้านการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ขับระดู เป็นต้น
      
       “บัวบก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากบัวบกทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งในหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมีการไหลเวียนดีขึ้น มีคุณสมบัติขยายหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงสามารถลดความดันโลหิตได้
      
       ทั้งนี้ มีรายงานการวิจัยที่สนับสนุนว่า สารสกัดเอทานอลจากต้นบัวบก มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูข่าวเมื่อให้ทางหลอดเลือดดำ น้ำคั้นจากต้น และสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวและสุนัข บัวบกยังทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดและคนที่เป็นริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อระบบประสาท ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น มีฤทธิ์คลายความเครียด ซึ่งฤทธิ์คลายความเครียดนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วย
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง
        “คาวตอง หรือพลูคาว” หมอยาทั่วไป ทั้งอีสาน ภาคเหนือ หรือไทยใหญ่มีความเชื่อว่าการกินคาวตองสดๆ กับน้ำพริก ลู่ ลาบ หรือใช้รากต้มกับปลาไหล รากตำเป็นน้ำพริกกินจะเป็นยารักษาโรคได้ เช่น ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวาร แผลในกะเพาะอาหาร
      
       พลูคาว นับเป็นผักสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยและจดสิทธิบัตรมากตัวหนึ่ง ซึ่งจากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ต่างพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาวเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ของหมอยาพื้นบ้าน ในประเทศเกาหลีก็ได้มีการใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวเนื่องจากมีการสะสมของไขมัน (atherosclerosis) และมะเร็งอีกด้วย
      
       “มะรุม” นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตได้ รวมทั้งพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต เช่น niazinin A, niazinin B, niazimicin และ niaziminin A and B
      
       สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง ซี่งต้องกินอย่างต่อเนื่อง เช่น
      
       ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป 
      
       ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน 
      
       ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น 
      
       ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน 
      
       ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว ยานี้จะช่วยลดความดัน เมื่อหยุดกินยาความดันโลหิตก็เพิ่มขึ้นมาอีก จึงต้องกินอย่างต่อเนื่อง
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บริหารอวัยวะเพศชาย ง่ายด้วยปลายนิ้ว

บริหารอวัยวะเพศชาย ง่ายด้วยปลายนิ้ว
วันๆหนึ่ง ผู้ชายอย่างเราๆ ให้ความสำคัญกับออกกำลังกายมากพอดู แต่เราลืมออกกำลังกายอวัยวะไปส่วนใดไปส่วนหนึ่งหรือเปล่า?? หนอนน้อยของอย่างเราๆไงละครับ อย่าลืมว่าเจ้านอนน้อย ก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งเหมือนกัน หากขาดเจ้าหนอนน้อยไปแล้วจะเรียกว่าผู้ชายได้อย่างไรจริงไหมครับ ในเมื่อทุกส่วนของร่างกายมีวิธีออกกำลังในแต่ละส่วนแล้ว ทำไมเจ้าหนอนน้อยจะไม่มีละครับ
อย่างแรกต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบร้อน มันอาจเป็นการอันตรายมากกว่าจะดีนะครับ เพราะอาจจะทำให้เจ้าหนอนน้อยเกิดอาการบาดเจ็บได้ ควรเริ่มทำวันละนิด แล้วค่อยๆเพิ่มดีกว่า
การบริหารท่าแรก ท่านี้ทำได้ง่ายๆครับ เพียงคุณค่อยๆเกรงกล้ามเนื้อรอบๆของทวารหนักแล้วค่อยๆคลายออกหรือที่เรียกว่า ขมิบ นั่นเองครับ อาจค่อยๆเริ่มจาก 5 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาเป็น 30 นาทีก็ได้ครับ โดยกล้ามเนื้อส่วนที่ได้ออกกำลังจากท่านี้ เป็นกล้ามเนื้อส่วนเดียวกับที่ใช้กลั้นปัสสาวะ การบริหารท่านี้จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น และขณะคุณกำลังเกรงกล้ามเนื้อรอบๆทวารหนักในขณะเดียวกันนั้น จะเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังเลี้ยงยังเจ้าหนอนน้อยของคุณ ทำให้เจ้าหนอนน้อยอ้วนขึ้น และท่านี้ยังช่วยเพิ่มความอึดในการมีเพศสัมพันธุ์ของผู้ชายด้วยล่ะครับ
ก่อนจะเริ่มท่าต่อๆไป ให้คุณนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาพันเจ้าหนอนน้อยเพื่อเป็นการวอร์มก่อนนะครับ และอย่าลืมทำในที่ลับๆด้วย โดยเริ่มจากการทำมือของคุณให้เป็นสัญลักษณ์ OK ให้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือแตะกันเป็นตัว O แล้วก็บีบ ทำการยืดเจ้าหนอนน้อยของคุณเป็นเวลา 10-15 วินาที หลังจากนั้นก็ปล่อย แล้วเริ่มทำใหม่ ในขณะที่คุณค้างไว้ 10-15 นาทีนั้น ก็ทำการโยก ขึ้น ลง ซ้าย ขวาไปด้วย อย่าบีบรัดและยืดเจ้าหนอนน้อยจนเกินไปนะครับ อาจจะ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเอาได้
ท่าต่อมา ให้ทำมือเหมือนท่าที่แล้วครับ เพียงแต่รูดเจ้าหนอนน้อยของคุณตั้งแต่โคนไปถึงหัวของเจ้าหนอนน้อย แล้วก็วนกับไปทำใหม่ แบบนี้ครับ เริ่มแรกอาจจะเริ่มที่ 25 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้ง ทุกๆ 7 วันครับ และในขณะที่คุณกำลังเลื่อนจากโคนไปยังหัวของเจ้าหนอนน้อยนั้น เลือดก็จะถูกผลักไปเลี้ยงยังส่วนปลายของเจ้าหนอนน้อยอีกด้วย และท่านี้จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับเจ้าหนอนน้อยของคุณ อีกด้วยละครับ
เจ้าหนอนน้อยของคุณก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างมากนะครับพอๆกับส่วนอื่นๆ มั่นบริหารให้มันซะบ้าง ถึงภายนอกจะมองไม่เห็นว่าเจ้าหนอนของคุณมันกำยำ ล่ำสันเหมือนส่วนอื่นๆหรือไม่ แต่ถ้าหากเมื่อถึงเวลาที่จะใช้มันจริงๆ มันจะได้ไม่งอแงให้ขายหน้า แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"4 Easy Breakfast" เมนูง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก เพราะร่างกายของเราขาดอาหารมาตลอดทั้งคืน ตื่นมาต้องจัดเต็ม
ไม่ใช่กาแฟแก้วเดียวเหมือนทุกครั้ง เปลี่ยนด่วนเปลี่ยนด่วน!!
เมนูแนะนำสำหรับคนรักสุขภาพ ควรจะครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และสารอาหารทั้งหลายแหล่ 

มุสลี่ โยเกิร์ต ผลไม้+น้ำผึ้ง

เมนูที่ 1 muesli and yoghurt
คุณจะได้รับทั้งเส้นใยอาหาร โปรตีนจากโยเกิร์ต สารพัดวิตามิน เกลือแร่ และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงเจ้าจุลินทรีย์ตัวสำคัญทั้งหลายในโยเกิร์ตที่ช่วยการทำงานของลำไส้ จัดไปเลยคนละชาม อิ่มสบายท้องไปถึงเที่ยงแน่นอน จากนั้นถ้าต้องการกาแฟสักแก้วเพื่อกระตุ้นสมอง ก็ควรหลีกเลี่ยงครีมเทียมที่เป็นไขมันทราน แนะนำเป็นกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมจะดีที่สุด



ไข่ดาวทอดแบบไม่ใส่น้ำมัน + ขนมปังโฮลวีตปิ้ง 2 แผ่น +
มะเขือเทศและหอมหัวใหญ่ + น้ำผลไม้คั้นสด

เมนูที่ 2 breakfast toast
นำไข่ดาววางเป็นไส้ขนมปังที่เพิ่งปิ้งเสร็จใหม่ กรอบ หอม นุ่ม อุ่น ๆ วางมะเขือเทศสดและหอมใหญ่ที่หั่นเป็นแว่น โรยพริกไทย เกลือ บีบมะนาวเล็กน้อย ใส่น้ำผึ้งแท้นิดนึง คุณจะได้แซนด์วิชแสนอร่อยที่อิ่มท้องแบบไม่อ้วนด้วย



ไข่ลวก 2 ฟอง กับขนมปังปิ้ง และสลัดผักน้ำมันมะกอก+ผลไม้สด

เมนูที่ 3 ไข่นม สลัด และผลไม้สด
ต้มไข้ลงไปพร้อมน้ำ ใช้เวลาประมาณ 5-6 นาที สำหรับคนที่อยากได้ไข่ลวกเกือบสุก จากนั้นปรุงรสตามใจชอบเลยค่ะ ใครชอบซอสแมกกี้ ใครชอบเกลือพริกไทย ก็อร่อยได้ทั้งหมด ทานคู่กับผักสลัดและขนมปังปิ้ง บางคนใส่ไข่ลวกลงไปในขนมปัง เป็นแบบแซนด์วิช แล้วใส่ผักสลัดลงไปด้วย อร่อยแน่นอนค่ะ ตามด้วยผลไม้สด มื้อนี้ของคุณอร่อยแบบได้ประโยชน์แล้วหละ



มื้อเช้าไทย ๆ ข้าวต้มปลา + น้ำเต้าหู้ + ผลไม้สด

เมนูที่ 4 แบบไทยๆ

เลือกปลาที่หาซื้อได้ง่ายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปลาเก๋า ปลากระพง หรือปลาช่อน ก็อร่อยได้หมด แต่สำหรับน้ำซุป ให้หลีกเลี่ยงซุปก้อน หรือเครื่องปรุงรสที่ไม่สด ควรใช้กระดูกหมูทำน้ำซุปเก็บไว้ในช่องฟรีซเพื่อนำออกมาใช้ได้เสมอ หรือใช้กระดูกปลาต้มน้ำซุปก็ได้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย และเตรียมขิงตำกับพริกขี้หนู ปรุงด้วยเต้าเจี้ยวและน้ำตาล เอาไว้เติมข้าวต้มในชามของคุณ โรยหน้าด้วยคึ่นไช่ที่ขาดไม่ได้สำหรับข้าวต้ม ใครชอบขิงซอยก็เตรียมไว้ อร่อยแน่นอน เมนูนี้ดัดแปลงได้เลยสำหรับคนที่ไม่ชอบทานปลา ให้ใช้กุ้งทะเลตัวโตๆแทน อย่าใช้กุ้งเลี้ยงเพราะ เดี๋ยวจะไม่ใช่เมนูสุขภาพ จากนั้นตามด้วยน้ำเต้าหู้ที่ไม่ใส่น้ำตาล และผลไม้สด 

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’

5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        หากคุณเคยทะยานเข้าเส้นชัย ก่อนที่คู่รักจะเข้าใกล้จุดสุดยอด โปรดฟังทางนี้! งานวิจัยจำนวนมากยืนยันตรงกันว่า ผู้หญิงต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที ในการเดินทางสู่ไคลแม็กซ์ ขณะที่ผู้ชายโดยทั่วไป ใช้เวลาแค่ 4 นาทีเท่านั้น ดังนั้น ปัญหาที่ผู้ชายจะพบส่วนใหญ่ในระหว่างบรรเลงเพลงรักกับหวานใจนั่นก็คือ 
      
       ปัญหาการหลั่งเร็ว (Premeture Ejaculation) คือ ภาวะที่ฝ่ายชายไม่สามารถควบคุมการหลั่งให้นานพอที่ฝ่ายหญิงจะถึงจุดสุดยอด โดยทั่วไปภาวะนี้พบในผู้ที่มีประสบการณ์ทางเพศน้อยบ่อยกว่าผู้ที่มีประสบการณ์ทางเพศมาก การเป็นนักรักที่ดีต้องมีเทคนิคในการร่วมรักที่ดีด้วย ไม่ใช่เอาแต่มุ่งถล่มจุดยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว คุณต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้สึก กับหญิงสาวบ้าง มีการสัมผัสที่อ่อนโยนในส่วนต่างๆ ที่เร้าอารมณ์เสียก่อน การหลั่งช้าหรือเร็ว มันอยู่ที่ใจและการฝึกฝน 
      
       คุณอยากเป็นอะไรล่ะ ระหว่างสิงห์สนามจริง หรือหมูสนามซ้อม ดังนั้น เพื่อยืดเวลาการหลั่งให้ยาวนานออกไป ลองเลือกกลเม็ดต่อไปนี้ นำไปใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความชื่นชอบของตัวคุณได้เลย  
5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        1. ช่วยเหลือตัวเองบ่อยๆ (Master masturbation)
       กาเรียนรู้ที่จะควบคุมความรู้สึกสุดยอด (Orgasm) และฝึกฝนที่จะควบคุม โดยอาจเริ่มด้วยการช่วยตัวเอง (masterbation) จนถึงจุดที่ใกล้จุดสุดยอด แล้วหยุด พอความรู้สึกคลายลง ก็เริ่มใหม่ ทำซ้ำเช่นนี้ 3-4 ครั้ง แต่ละครั้งให้เข้าใกล้จุดสุดยอดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เรียนรู้ว่า จุดสุดยอดอยู่ตรงไหน การทำเช่นนี้ จะทำให้สามารถ ควบคุมการหลั่ง และชะลอการหลั่งลงได้ 
      
       หรือหากคุณอัดอั้นการหลั่งไว้นานๆ โอกาสที่จะพุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็วก็เพิ่มขึ้น ดังนั้นคุณควรช่วยตัวเองสักครั้งก่อนลงสนามจริงกับหวานใจ และต้องทำลายหลักฐานให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้หล่อนเผลอนำไปใช้แทนเจลใส่ผม เหมือนในหนัง 'There's Something About Mary'เป็นอันขาด
5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        2. เทคนิคหยุดและเริ่มใหม่ (Stop-Start Technique)
       โดยเทคนิคนี้เริ่มใช้ได้ตั้งแต่การเริ่มต้นเล้าโลม โดยคุณทั้งคู่เริ่มบรรเลงเพลงรักช่วงอินโทรกันก่อน เมื่อรู้สึกว่าอวัยวะของคุณเริ่มตื่นตัว อาจจะเป็นที่ฝ่ายหญิงเป็นคนใช้มือหรือปากกระตุ้นหรือคุณตื่นตัวเองก็ตาม เมื่อมีความรู้สึกอยากจะหลั่งแล้วจะต้องหยุด หายใจเข้า-ออก ช้าๆ พยายามกลั้นไม่ให้หลั่ง
      
       เมื่อสอดใส่ของสงวนเข้าไปในส่วนนั้นเมื่อใด ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่สามารถจะอดทนต่อสัมผัสที่ตอดเร้าภายในส่วนสงวนของผู้หญิงได้ เพราะภายในนั้นมันอบอุ่น นุ่มนวลชุ่มขึ้น กระชับรัดรึง และบีบตอดให้เสียวซ่านเป็นระยะๆ หากรู้สึกเสียวซ่านมากๆ ก็ให้หยุดและทอดถอนน้องชายของคุณออกมาพักก่อน
      
       โดย Debby Herbenick นักวิจัยทางเพศจากมหาวิทายลัยอินเดียนา ผู้ที่เขียนหนังสือ “Great in Bed” กล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณเริ่มกระตุ้นเล้าโลมซึ่งกันและกัน ทันทีที่คุณรู้สึกว่าได้รับการกระตุ้นมากเกินไป ให้คุณหยุดเพียงช่วงเวลาสั้นๆ 5-10 วินาที เพื่อช่วยบรรเทาการตื่นตัวของคุณ หลังจากนั้นฝึกทำซ้ำไปซ้ำมา แล้วค่อยหลั่งออกมา”
5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        3. เทคนิคการบีบ (Squeeze Technique)
       Squeeze technique คือ เมื่อจะถึงจุดสุดยอด ใกล้จะหลั่ง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ กับ นิ้วชี้ บีบที่ตรงใกล้ เส้นสองสลึง หรือ ตรงโคนอวัยวะเพศ นานประมาณ 3-4 วินาที จนความรู้สึกลดลง (อาจใช้ร่วมกับวิธีแรก เพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น) เทคนิคการบีบพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้อวัยวะเพศของคุณอ่อนตัวลง และสามารถใช้ได้ทุกครั้ง เมื่อคุณรู้ตัวว่าจะถึงจุดหลั่งน้ำรัก คู่ของคุณจะช่วยได้ ด้วยการที่เธอใช้นิ้วบีบบริเวณเดียวกัน เทคนิคนี้มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าเทคนิคการหยุดแล้วเริ่มต้นใหม่ ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จสูงถึงกว่า 98 เปอร์เซ็นต์ 
      
       ข้อสำคัญเธอต้องกดแรงๆ และหนยุดนิ่งจนกว่าภาวะความรู้สึกของคุณจะดีขึ้น หากการกดทำเบาไป หรือมีการเคลื่อนไหวมือ อาจได้ผลในการกระตุ้นอารมณ์มากกว่าการหยุดยั้ง นั่นหมายถึงคุณอาจหลั่งทันที
5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        4. การขมิบก้น (Kegel Exercise)
       การขมิบก้น หรือการบริหารกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณอุ้งเชิงกราน คือ รอบๆ ทวารหนักนั่นเอง คล้ายๆ กับเวลาอยากถ่ายอุจจาระแล้วอั้นไว้โดยนับ 1-10 ในใจ ช้าๆ แล้วค่อยๆ คลายออก นับเป็น 1 ชุด ทำอย่างนี้วันละ 10-15 ครั้ง การฝึกแบบนี้ใน ระยะแรกจะรู้สึกยากลำบากสักหน่อย ก็อย่าไปวิตก ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น หมั่นฝึกจนกว่า จะบังคับได้ ให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นหดรัดตัวเวลาที่มีกิจกรรมทางเพศ ไม่ว่าจะช่วยตัวเอง หรือมีเพศสัมพันธ์ พอรู้สึกว่าจะหลั่งก็สั่งกล้ามเนื้อชุดนี้ให้หดตัวไปบีบรัดท่อปัสสาวะ สกัดไม่ให้น้ำอสุจิหลั่งออกมา วิธีนี้ถือเป็นศิลปะขั้นสูงเลยทีเดียว
5 วรยุทธ์ หยุดปัญหาท่านชาย ‘นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ’
        5. การให้องคชาตชาด้วยวิธีการต่างๆ 
       การใช้ถุงยางอนามัย อุปกรณ์เซ็กส์ที่สำคัญมาก เพราะนอกจากจะสามารถช่วยชีวิตเราไว้ได้จากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหลายแล้ว เจ้าถุงยางอนามัยยังสามารถช่วยให้ถึงจุดสุดยอดด้วยความเข้มข้นอีกด้วย 'การใช้ถุงยางอนามัย ที่ค่อนข้างหนา' อาจลดการกระตุ้น ต่อความรู้สึกทางเพศ และทำให้หลั่งช้าลงได้บ้าง 

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การมีเซ็กซ์ดีต่อสุขภาพอย่างไร?

การมีเซ็กซ์ดีต่อสุขภาพอย่างไร?/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ
        จากหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้กล่าวว่าการมีเซ็กซ์ส่งผลดีต่อสุขภาพถึง 9 ประการดังนี้
       
       1.ลดความเครียด การมีเซ็กซ์สามารถลดความเครียด และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตด้วย จากงานวิจัยของชาวสกอตแลนด์ที่ทำการวิจัยกับผู้ชายจำนวน 22 คน และผู้หญิงจำนวน 24 คน ซึ่งคนเหล่านี้มีการจดบันทึกการมีเซ็กซ์ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้น ได้จัดให้กลุ่มทดลองอยู่ในภาวะของความเครียด เช่น การพูดในที่สาธารณะ การคำนวณคณิตศาสตร์พร้อมการออกเสียงดังๆ และได้จัดให้มีการตรวจสอบความดันโลหิต ผลปรากฏว่า คนที่มีเซ็กซ์จะตอบสนองต่อความเครียดได้ดีกว่าคนที่ไม่มีเซ็กซ์ และยังพบด้วยว่าผู้หญิงที่ได้รับการกอดจากคู่รักจะมีความดันโลหิตที่ดีกว่าคนที่ไม่ได้รับการกอด
       
       2.ช่วยเผาผลาญแคลอรี่  การมีเซ็กซ์ 30 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ถึง 85 แคลอรี่ หรืออาจมากกว่านั้น อาจฟังดูเหมือนไม่มากเท่าไร แต่หากใช้เวลา 42 ครั้ง จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ถึง 3,750 แคลอรี่ ประมาณเกือบจะ 1 กิโล เราสามารถลดได้เกือบจะ 1 กิโลต่อ 21 ชั่วโมง เพราะการมีเซ็กซ์ ก็คือ การออกกำลังกายนั่นเอง นักวิเคราะห์ทางเพศศึกษา กล่าวว่า การมีเพศสัมพันธ์ช่วยทั้งทางด้านร่างกายและทางจิตใจด้วย
       
       3.ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน การมีเซ็กซ์ 1 หรือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน อีกทั้งสามารถช่วยป้องกันหวัด หรือการติดเชื้ออื่นๆ ได้ด้วย
       
       4. ป็นยาแก้ปวด ผลของฮอร์โมนออกซิโตซินไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความรักเท่านั้น แต่ยังเป็นยาแก้ปวดขนานดี ซึ่งเรียกว่าเอนโดฟิน หากเราปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีอาการเครียดก่อนมีประจำเดือน อาจเป็นเพราะเราไม่มีเซ็กซ์
       
       5.ช่วยสร้างคุณค่าในตัวเอง  จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย เทกซัส พบว่า การมีเซ็กซ์เป็น 1 ใน 237 เหตุผลของการสร้างคุณค่าในตัวเอง และยังกล่าวอีกว่าสำหรับคนที่มีคุณค่าของตัวเองอยู่แล้ว จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่ามากขึ้นไปอีกด้วย เพราะการมีเซ็กซ์ช่วยทำให้พวกเขารู้สึกดีต่อตัวเอง แน่นอนเราไม่จำเป็นต้องมีเซ็กซ์บ่อยๆ เพื่อเสริมสร้างคุณค่าในตัวเอง แต่หากเรามีเซ็กซ์ด้วยความรัก การเชื่อมโยงความรู้สึก จะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง
       
       6.มีผลต่อสุขภาพหัวใจ การศึกษาจากประเทศอังกฤษเป็นเวลาถึง 20 ปี พบว่า ผู้ชายที่มีเซ็กซ์ 2 ครั้ง หรือมากกว่านั้นใน 1 สัปดาห์จะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวมากกว่าผู้ชายที่มีเซ็กซ์น้อยกว่าเดือนละครั้ง
       
       7.ทำให้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้น การมีเซ็กซ์ช่วยยกระดับฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งช่วยให้คนสร้างสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และสร้างความไว้วางใจ จากการศึกษาผู้หญิงถึง 59 คน ในระดับฮอร์โมนออกซิโตซินก่อนและหลังการได้รับการกอดพบว่า ผู้หญิงเหล่านี้มีระดับฮอร์โมนเพิ่มสูงมากขึ้นหลังจากการสัมผัสทางด้านร่างกายกับคนรัก
       
       8.การหลั่งช่วยลดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก การหลั่งบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ชายในช่วงวัย 20 ปี อาจจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในปั้นปลายชีวิต จากการศึกษาในนิตยสารการแพทย์ของอเมริกาพบว่าผู้ชายที่หลั่งมากกว่า 21 ครั้งต่อเดือน จะมีอัตราการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าผู้ชายที่หลั่งประมาณ 7 ครั้งต่อเดือน
       
       9.ช่วยให้หลับสบาย สารออกซิโตซินจะไหลออกมาในขณะถึงจุดสุดยอดซึ่งจะช่วยให้นอนหลับสบาย งานวิจัยแสดงให้เห็นอีกว่าการนอนหลับอย่างเพียงพอจะช่วยส่งผลที่ดีต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ด้วย เช่นการมีน้ำหนักที่สมดุลการไหลเวียนของโลหิตทำงานได้ดี