วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

9 ท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบ และทำให้สาวคนรักไปถึงจุดสุดยอด

ท่าเซ็กส์
          หลากหลายท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบ ที่ทำให้หนุ่ม ๆ และแฟนสาวมีความสุขสุดเหวี่ยง จนลืมไม่ลงเลยทีเดียว

          แน่นอนว่าการมีเซ็กส์กับคนพิเศษนั้น มีส่วนช่วยสานความสัมพันธ์ของคู่รักให้กระชับแน่นแฟ้นมากขึ้นและต่างสุขสมด้วยท่าร่วมเพศต่าง ๆ โดยวันนี้กระปุกดอทคอมได้หยิบเอา 9 ท่าเซ็กส์ยอดนิยมของผู้ชายจากเว็บไซต์ mensfitness มาบอกกันด้วย ดูสิว่าจะมีท่าที่คุณชอบอยู่ด้วยหรือเปล่า
           ท่ามิชชันนารี (Missionary)

          เรียกได้ว่าท่ามิชชันนารีเป็นท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบมาก เพราะเป็นท่าเบสิกที่เข้าด้ายเข้าเข็มสุด ๆ โดยผู้ชายอยู่บนและผู้หญิงนอนหงายอยู่ล่างพร้อมกางขาออกเล็กน้อย ช่วยให้ผู้ชายสอดใส่ได้ลึกและผู้หญิงไม่เหนื่อยง่าย แถมได้สบตากันด้วย ซึ่งทาง ดอเรียน โซลอท นักเพศศึกษา บอกว่าท่ามิชชันนารีอาจไม่มีอะไรหวือหวานัก แต่ฝ่ายหญิงชอบที่ได้ใกล้ชิดสุด ๆ กับแฟนหนุ่มของตัวเอง ส่วน โลรา โซโมซา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศสัมพันธ์ เสริมว่า การที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุขมากขึ้นด้วยท่ามิชชันนารี ฝ่ายชายควรเปลี่ยนมุมการสอดใส่บ้าง แทนการเข้า-ออกตรง ๆ แบบเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้รวดเร็วขึ้น

ท่าเซ็กส์

           ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลัง (Reverse Cowgirl)

          ท่าคาวบอยสาวนั่งหันหลังจัดได้ว่าเป็นท่าที่เพิ่มความสนุกให้ผู้ชายมากเลยทีเดียว เพราะผู้ชายนอนหงายอยู่ข้างล่างแทน ขณะที่ฝ่ายหญิงจะนั่งหันหลังให้ พร้อมกับคร่อมจ้าวโลกไว้ โดย เมแกน แอนเดลโลซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศาสตร์ บอกว่าท่านี้ช่วยให้ฝ่ายชายเข้าถึงจุดคลิตอริสได้ง่าย ส่งผลให้ฝ่ายหญิงเสร็จง่ายสุด ๆ  

           ท่าด๊อกกี้ สไตล์ (Doggie Style)

          การทำท่าด๊อกกี้ สไตล์ เป็นอีกท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบทำ เพราะสามารถสอดใส่ได้ลึกขึ้น ขณะที่ผู้หญิงจะอยู่ในท่าคลานสี่ขาหันหลังให้ผู้ชาย โดย เอมี เลอวีน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์อย่าง igniteyourpleasure บอกว่า ท่าด๊อกกี้ สไตล์ ทำให้ฝ่ายหญิงสามารถขยับสะโพกในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองถึงจุดสุดยอดได้ดี ส่วน ดร.กลอเรีย เบรม นักเพศศาสตร์ เผยว่าผู้ชายสามารถใช้มือหรือเซ็กส์ทอย กระตุ้นจีสปอต ช่วยให้เธอถึงจุดสุดยอดอย่างมีความสุขได้ด้วย

ท่าเซ็กส์
           ท่าผู้หญิงอยู่ข้างบน (Girl on Top)

          นับว่าเป็นท่าที่ทำให้ผู้ชายเพลินสุด ๆ และผู้หญิงมีความสุขมาก เพราะฝ่ายชายนอนหงายให้ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมน้องชาย โดยหันหน้าเข้าหากัน ด้าน โลรา ซาโมซา กล่าวว่า ผู้ชายควรจับสะโพกแฟนสาวเพื่อบังคับจังหวะการโยกของเธอ ไม่เพียงเท่านี้ เอมี เลอวีน เสริมว่า ท่านี้ช่วยให้ฝ่ายหญิงมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะว่าเธอเป็นคนควบคุมจังหวะและการสอดใส่นั่นเอง

           ท่าสปูนนิ่ง (Spooning)

          ท่าที่ผู้ชายโอบกอดตัวและสอดใส่ผู้หญิงจากด้านหลัง ซึ่งผู้ชายสามารถใช้มือสัมผัสจุดต่าง ๆ ของฝ่ายหญิงได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก เอว หรือจุดลับ โดย เมแกน แอนเดลโลซ์ กล่าวว่า ท่าสปูนนิ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกฟิน เพราะจุดลับของฝ่ายหญิงจะรัดจ้าวโลกแน่นขึ้นยังไงล่ะ 

ท่าเซ็กส์
           ท่าคริสครอส (Crisscross)

          อาจจะดูเหมือนจัดท่ายากไปหน่อยสำหรับท่าคริสครอส เพราะทั้งสองคนต้องนอนตะแคงข้างและให้ฝ่ายชายสอดเข้าจากข้างหลัง โดยมีลักษณะคล้ายตัว “X” แต่รับรองว่าคุณผู้ชายจะฟินจนบอกไม่ถูกแน่นอน ซึ่งทาง มาร์แชล มิลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศสัมพันธ์เสริมว่า ท่านี้ช่วยให้ผู้หญิงสามารถใช้นิ้วกระตุ้นคลิตอริสของตัวเองได้สะดวกด้วย

           เทคนิคใช้หมอนช่วย (The Pillow Technique)

          การใช้หมอนหรือผ้าห่มหนา ๆ มาเสริม ขณะร่วมรักในท่าต่าง ๆ ช่วยเปิดมุมใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น หากใช้หมอนรองสะโพกของฝ่ายหญิงในท่ามิชชั่นนารี จะทำให้กระดูกเชิงกรานของเธอยกขึ้น ช่วยให้ฝ่ายชายสอดใส่ได้ง่ายลึกกว่าเดิม ด้าน ดร.กลอเรีย เบรม เสริมว่า แม้ว่าการใช้หมอนจะทำให้ผู้ชายรู้สึกมีความสุข แต่ฝ่ายหญิงอาจรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไรนักกับบางท่า และถ้าจะให้ดี ควรถามเธอก่อนว่าให้วางหมอนตรงไหน 

ท่าเซ็กส์
           เทคนิคสองเราเท่ากัน (Coital Alignment Technique)

          ก่อนที่จะใช้เทคนิคนี้ ให้เริ่มร่วมรักกับท่ามิชชั่นนารีแบบปกติสักพัก แล้วเริ่มเทคนิคดังกล่าวโดยให้ฝ่ายชายยกสะโพกของฝ่ายหญิงขึ้น ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนมุมการสอดใส่จากเข้า-ออก เป็นขึ้น-ลง ส่งผลให้จ้าวโลกเข้าถึงคลิตอริสโดยตรงและผู้ชายสามารถเพิ่มความแรงของการโยกได้อีกด้วย นอกจากนี้ เอ็ดเวิร์ด ไอเชล นักจิตวิทยา กล่าวว่าเทคนิคนี้เป็นท่าเซ็กส์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ส่วน เอมี เลอวีน เสริมว่า คู่รักบางคู่บอกว่าเทคนิคข้างต้น ทำให้ร่างกายของพวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นคลิตอริสได้ดีมาก

           ท่าขาพาดบ่า (Ankles Up)

          เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งท่าเซ็กส์ที่ผู้ชายชอบมาก เพราะขาทั้งสองข้างของผู้หญิงที่ยกมาพาดบ่าไว้ ช่วยเปิดจุดสงวนของเธอให้กว้างขึ้นและฝ่ายชายสอดใส่ได้ลึกสุด ๆ เท่าที่จะเข้าไปได้ โดย ดร.กลอเรีย เบรม บอกว่า การยกขาฝ่ายหญิงขึ้นนั้น ช่วยให้ฝ่ายชายเข้าถึงจีสปอตง่ายกว่าท่าอื่น ๆ นั่นเอง

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 ท่าออกกำลังกาย ทำทุกวัน ผอมลงแน่ๆ!

ท่าที่ 1 วิ่งอยู่กับที่ 
     การออกกำลังกายโดยวิ่งอยู่กับที่ดูจะง่ายที่สุดโดยไม่ต้องใช้พื้นที่หรืออุปกรณ์ใดๆ แต่แนะนำให้ใส่รองเท้าวิ่งเพื่อไม่ให้ข้อเท้าได้รับบาดเจ็บ สำหรับการเผาผลาญแคลอรี่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาที่วิ่งกับน้ำหนักตัวด้วย สำหรับสาวๆ ที่น้ำหนักตัวน้อยกว่า อาจเผาผลาญไม่ได้มากเท่าคนที่ตัวใหญ่กว่าในเวลาพอๆ กัน

Jogging at same place




ท่าที่ 2 ย่อเข่าเกร็งหน้าท้องและต้นขา 
     ท่านี้ให้ยืนตรงแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าข้างหนึ่ง ค่อยๆย่อตัวลงช้าๆ หลังตรง จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น ต้นขาของขาหน้าตั้งฉากกับพื้น นับ 1-10 แล้วค่อยๆ เหยียดตัวขึ้น ทำสลับกันข้างละ 10 ครั้ง ท่านี้เผาผลาญไม่มากเท่ากับวิ่ง แต่ใช้ร่วมกันในการออกกำลังกายแต่ละครั้งก็จะดี

Lunge



ท่าที่ 3 ยึดพื้น 
     ท่ายึดพื้นแบบที่เราเห็นในการฝึกทหาร อาจยากสักหน่อยสำหรับผู้หญิง แต่เป็นอีกท่าที่เผาผลาญได้ดีมาก ฝึกไว้ ได้ความแข็งแกร่งด้วย

Push Ups



ท่าที่ 4 ท่าคลาน ยกขาไปข้างหลัง      ท่านี้ให้ทำท่าเหมือนเวลาคลาน สองมือยึดพื้น หลังตรง ส่วเข่า 2 ข้างกับพื้น แล้วเตะขายกสูงไปข้างหลังพยายามให้ขาตรง ทำข้างละ 10-20 ครั้ง 

Glutekick Backs



ท่าที่ 5 กระโดดแล้วนั่งงอเข่า 
     ให้ยืนตรง กระโดดแล้วนั่งลง ก้มตัวให้เข่าชิดหน้าอกให้มากที่สุด หลังตรง ยืนขึ้นแล้วเริ่มใหม่ 20 ครั้ง

Tuck Jumps



ท่าที่ 6 ลุก-นั่ง เหยียดตัว 
     แม้จะเผาผลาญไม่มากนักแต่ก็น่าลอง เพราะเป็นท่าง่ายๆ ให้ยืนตัวตรง แล้วย่อตัวลงมานั่งยอง มือสองข้างวางกับพื้น ค่อยๆ เหยียดขาและลำตัวไปข้างหลังให้ตรง แล้วกลับมาท่านั่งยองเหมือนเดิม ก่อนจะลึกขึ้นในท่าเริ่ม แล้วทำวนกลับมาแบบนี้ 20 ครั้ง 

Burpee



ท่าที่ 7 นอนราบ ยกขา 
     ท่านี้ง่ายและผ่อนคลาย ช่วยลดหน้าท้อง เอาเซลลูไลท์ออกไปทั้งต้นขาและหน้าท้อง ให้เริ่มด้วยการนอนราบ ค่อยๆ ยกขาทั้งสองข้างขึ้นช้าๆ โดยให้ขาเหยียดตรง ให้ยกมาจนตั้งฉากกับพื้นแล้วค่อยๆ เอาลง ทำแบบนี้ 20 ครั้ง

Leg Raises



ท่าที่ 8 แอ่นหลัง 
     ท่านี้เป็นท่าที่นอกจากจะเผาผลาญได้ดีพอสมควรแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง เริ่มด้วยการนอนคว่ำ เหยียดแขนไปข้างหลัง งอเข่าขึ้นมา แล้วจับข้อเท้าทั้งสองข้างเอาไว้ โดยให้รู้สึกตึงให้มากที่สุด ทำครั้งแรกๆ ไม่ต้องนานมาก ค่อยๆทำ นับ 1-10 คลายตัวแล้วเริ่มใหม่ 10 ครั้ง

Dhanurasana



ท่าที่ 9 นอนหงาย ยกลำตัว 
     ให้นอนหงาย ชันเข่าขึ้น วางเท้ากับพื้น แล้วยกลำตัวขึ้น ประสานมือทั้งสองข้างที่ศีรษะด้านหลัง นับ 1-5 หันด้านข้างนับ 1-5 แล้ววางศีรษะกับพื้น เริ่มใหม่สลับกันทั้งสองข้าง ให้ได้ 20 ครั้ง

Crunch



ท่าที่ 10 ยืน ย่อเข่า 
     เป็นอีกท่าที่เผาผลาญแคลอรี่ได้ดี และลดเซลลูไลท์ต้นขาได้มาก ให้ยืนหลังตรง กางขาประมาณความกว้างของไหล่ ยกแขนประสานมือสองข้างไว้หลังศีรษะ ค่อยๆ ย่อตัวลงมาให้ต้นขาขนานกับพื้นนับ 1-10 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น เริ่มใหม่ไปเรื่อยๆ ให้ได้ 20 ครั้ง

Squat Hops



      ทั้งหมดนี้คือท่าออกกำลังกายที่ควรทำร่วมกันจะดีมาก เพราะนอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว ยังได้กล้ามเนื้อและความแข็งแกร่ง เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ไม่หักโหมจนเกินไป แล้วยังได้สุขภาพดีๆ คืนมาอีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศ

คนไทยเราส่วนใหญ่รู้จัก น้ำผึ้ง ในฐานะยาอายุวัฒนะ  หรืออาหารเสริมบำรุงร่างกาย มาช้านาน และใช้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต การฟื้นฟูระบบต่างๆของร่างกายที่สึกหรอไป หรือใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศมีความเกี่ยวข้องกัน และคนสมัยโบราณได้ใช้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง เพื่อเป็นยาบำรุงสุขภาพทางเพศมาช้านาน วันนี้เรามารู้คุณประโยชน์ของ น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศกัน
728000-topic-ix-3
ประโยชน์ของ น้ำผึ้ง กับสุขภาพทางเพศ
1. น้ำผึ้ง จะอุดมด้วยสารที่กระตุ้นทางเพศมากมายหลายชนิด เพราะตัวผึ้งจะรวบรวมเอาน้ำหวานและสารอาหารเหล่านี้จากมวลดอกไม้นานาพรรณ เช่น ดอกมะลิ ดอกกล้วยไม้ ฯลฯ และสารเหล่านี้สามารถใช้ในการปรับปรุงสุขภาพทางเพศของคนเราได้
2. น้ำผึ้งบริสุทธิ์ที่ยังไม่ได้ผ่านความร้อน จะอุดมด้วยสารกระตุ้นทางเพศอ่อนๆ ตามธรรมชาติ และยังมีสารและแร่ธาตุหลายอย่าง เช่น สังกะสี , วิตามินบี และอี ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมความแข็งแรงของร่ายการ และสร้างเสริมสุขภาพทางเพศให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญไขมันภายในร่างกายให้กลายเป็นน้ำตาล ช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกด้วย
3. วิตามินที่เป็นองค์ประกอบสำคัญภายในน้ำผึ้ง จะช่วยเสริมสร้างการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ที่มีชื่อว่า Testosterone และสารโบรอนในน้ำผึ้งช่วยให้ร่างกายที่สร้างฮอร์โมน Estrogen ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการเร้าอารมณ์ทางเพศ
4. หากเรารับประทานน้ำผึ้งและกระเทียมก่อนนอนเป็นประจำจะช่วยให้เรานอนหลับง่าย และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศให้ดียิ่งๆขึ้น
5. สำหรับผู้ที่มีบุตรยากเนื่องจากฝ่ายชายมีจำนวนตัวอสุจิต่ำ การรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายสามารถเพิ่มจำนวนตัวอสุจิให้สูงขึ้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ตัวอสุจิ ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายที่มีหน้าที่ในการผลิตอสุจิทำงานดีขึ้นฮันนี่
6. การรับประทานน้ำผึ้งผสมกับน้ำผลไม้ วันละ 2 ช้อนโต๊ะเช้าเย็น จะทำให้อวัยวะเพศของฝ่ายชายมีความแข็งตัวได้ดี
7. การรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายให้สูงขึ้น
เมื่อทราบคุณประโยชน์มากมายของน้ำผึ้งกับสุขภาวะทางเพศแล้ว คุณจะไม่หามาลองรับประทานซักหน่อยหรือ?

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

อาหารคลีนเพื่อสุขภาพ

 อาหารคลีน (Clean Food) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า กินคลีน (Eat Clean, Clean Eating) คือ การทานอาหารที่สด สะอาด โดยเน้นการทานอาหารแบบธรรมชาติไม่ผ่านการปรุงแต่งและขัดสีด้วยสารเคมีต่างๆ หรือกระบวนการหมักดอง รวมถึงอาหารขยะและอาหารสำเร็จรูป ที่จะมีปริมาณแป้ง ผงชูรสและโซเดียมในปริมาณสูง
อาหารคลีน - ผักสด
หรืออาจพูดให้เข้าใจได้ง่ายว่า การทานอาหารคลีนนั้นเป็นการกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ โดยทานอาหารอย่างพอเพียงครบสัดส่วนทั้ง 5 หมู่ และอาหารเหล่านั้นต้องไม่มีสารปนเปื้อนนั่นเอง ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจผ่านการปรุงแต่งบ้างเล็กน้อยหรืออาจจะไม่ผ่านการปรุงแต่งเลยก็เป็นได้ เช่นใช้เกลือในการปรุงอาหารรสเพียงเล็กน้อยแทนน้ำปลา หรืออาจจะเป็นซีอิ๊วขาวชนิดที่ไม่มีผงชูรสเจือปน และจะไม่ใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร เป็นต้น
ตัวอย่างของวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารคลีน
  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่แอบราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย
อีกทั้งในการปรุงอาหารไม่ควรปรุงให้อาหารคลีนของเรานั้นมีรสจัดจนเกินไป และ ในทุกๆมื้อควรจะมีสารอาหารในอาหารคลีนของเราให้ครบ 5 หมู่อีกด้วย
กินคลีน กินอย่างไร
การทานอาหารคลีนนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า เป็นการเน้นทานอาหารจำพวกผักในปริมาณเยอะๆ แต่แท้จริงแล้วนั้น การกินอาหารคลีนเป็นการทานอาหารให้ครบสัดส่วน 5 หมู่ โดยเน้นทานอาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ ให้มีปริมาณที่พอเหมาะพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
อาหารคลีน - ซูชิ
อาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่จะไม่ยึดติดกับรสชาติ แต่จะเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารใหม่ทั้งหมด โดยค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในขั้นแรกนั้นควรเลือกทานอาหารที่คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด เช่น จากเดิมเคยทานข้าวขาวก็เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง หรือเคยทานผลไม้กระป๋องเป็นประจำก็หันมาเลือกทานผลไม้สดแทน จากที่เคยดื่มชากาแฟก็เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทน เป็นต้น
นอกจากนี้การทานอาหารคลีนนั้นเวลาจะเลือกซื้อวัตถุดิบหรืออาหาร ควรเลือกที่ปลอดสารเคมี ไม่ใช้วัตถุกันเสีย สารกันบูด วัตถุปรุงแต่ง หรืออาจจะเลือกซื้อวัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิคก็ได้ เพราะเป็นของที่ปลอดสารเคมีนั่นเอง อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น รวมทั้งอาหารมันอีกด้วย
อาหารคลีน - เนื้อหมูอนามัย
ประโยชน์ของอาหารคลีน
การทานอาหารคลีนแตกต่างจากอาหารทั่วไป เพราะต้องเลือกอาหารที่หลากหลายแต่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากนัก ดังนั้นผู้ที่ทานอาหารคลีนจึงได้รับสารอาหาร และคุณค่าทางอาหารครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่าอาหารทั่วไปที่ผ่านการปรุงแต่งมาก อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารปนเปื้อนจากอาหารอีกด้วย ดังนั้นอาหารคลีนจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
อาหารคลีน - ข้าวกล้อง
อาหารคลีนเหมาะกับใคร
อาหารคลีนเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ และได้คุณค่าจากสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และยังเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย จึงทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารเต็มที่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ อาหารคลีนจึงเหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนักและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง
อาหารคลีนกับการลดน้ำหนัก
อาหารคลีนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนอยากผอม เพราะนอกจากจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลือกทานอาหารคลีนในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง
อาหารคลีนช่วยลดน้ำหนัก
ตัวอย่างอาหารคลีน
อาหารคลีนนั้น ผู้ที่ทานสามารถเลือกทานอาหารได้หลากหลาย โดยสามารถเลือกวัตุดิบต่างๆ มาประยุกต์กับเมนูสุดโปรดได้ตามใจชอบ แต่วัตถุดิบนั้นต้องปราศจากการปรุงแต่ง และปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เหมือนกับตัวอย่างเมนูอาหารต่อไปนี้
1. บาร์บีคิวไก่แบบไม่เสียบไม้ ทานคู่กับผักสลัด หรือผลไม้ที่ชอบ เช่น สับปะรด กีวี่ เป็นต้น
ตัวอย่างอาหารคลีน
2. ไข่เจียวฟักทอง หรืออาจจะใช้ผักอื่นๆ ตามความชอบก็ได้
ตัวอย่างอาหารคลีน
3. สเต็กอกไก่กับล็อคโคลี่ลวก และแกงบวชฟักทอง
ตัวอย่างอาหารคลีน
จะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เน้นประโยชน์มากกว่ารสชาติ ดังนั้นผู้ที่จะเริ่มต้นทานจึงไม่ควรยึดติดกับรสชาติอาหาร และควรให้ความใส่ใจกับการทานอาหารมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการคัดเลือกวัตถุดิบในอาหารนั้นต้องปลอดสาร ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งต้องแบ่งสัดส่วนในอาหารให้พอดี โดยต้องมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และผัก ผลไม้ในปริมาณที่มีความสมดุลกัน ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ พอดีกับความต้องการของร่างกายและมีพลังงานไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆระหว่างวันนั่นเอง
ดังนั้นอาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับวิถีชีวิตของคนในเมือง ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่สุขภาพเป็นอย่างมาก รวมถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วย เพราะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกาย แต่การที่ร่างกายจะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง

ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน ซึ่งสองในสามของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันโลหิตสูงและประชากรวัยผู้ใหญ่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบ มี 1 คน ใน 3 คน ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงรวมถึงคนไทยที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 22 และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2568 ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 
      
       ในแต่ละปีประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงเกือบ 8 ล้านคน ส่วนประชากรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้เสียชีวิตจากโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 1.5 ล้านคน ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงนี้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจอีกด้วย
      
       ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้แนะนำสมุนไพรไทยใกล้ตัวไว้ในหนังสือบันทึกของแผ่นดินหลายเล่ม ซึ่งที่มีผลช่วยลดอาการความดันโลหิตสูง วันนี้จึงได้รวบรวมสมุนไพรที่น่าสนใจ 6 ชนิด มานำเสนอดังนี้
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง
        “กระเจี๊ยบแดง” ความโดดเด่นของกระเจี๊ยบ คือ ไม่ว่ากระเจี๊ยบแดงจะงอกงาม ณ ประเทศไหน คนในประเทศนั้นจะมีการใช้กระเจี๊ยบแดงที่เหมือนกัน คือ ใช้เป็นยาลดความดันโลหิต เป็นยาขับปัสสาวะ และยังเชื่อว่ากระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณในการบำรุงไต และหัวใจ
      
       จากการทดลองในสัตว์และมนุษย์ พบว่า กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ขับยูริค รวมทั้งลดการอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะภายหลังการผ่าตัดในไตได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการดื่มชากระเจี๊ยบวันละ 2 - 3 ครั้ง สามารถลดความดันโลหิต diastolic ลงตั้งแต่ร้อยละ 7.2 ถึง 13 เลยทีเดียว ดังนั้น ชากระเจี๊ยบจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
      
       นักวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า การที่กระเจี๊ยบแดงสามารถลดความดันโลหิตได้ เนื่องมาจากสาร “แอนโธไซยานิน” (anthocyanins) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดนั่นเอง
      
       “คึ่นไฉ่” ชาวเอเชีย นิยมใช้คึ่นไฉ่เป็นยาลดความดันโลหิตมากว่า 2000 ปีแล้ว ชาวจีน ชาวเวียดนามแนะนำให้รับประทานคึ่นไฉ่วันละ 4 ต้น เพื่อรักษาความดันให้เป็นปกติ แพทย์อายุรเวทในอินเดียจะสั่งจ่ายเมล็ดคึ่นไฉ่เพื่อขับปัสสาวะสำหรับผู้ป่วยที่บวมน้ำ
      
       ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า คึ่นไฉ่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดบวม คุมกำเนิด ลดจำนวนอสุจิ ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ยับบั้งเนื้องอก ต้านการอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ขับระดู เป็นต้น
      
       “บัวบก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากบัวบกทำให้การไหลเวียนของเลือดทั้งในหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมีการไหลเวียนดีขึ้น มีคุณสมบัติขยายหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี จึงสามารถลดความดันโลหิตได้
      
       ทั้งนี้ มีรายงานการวิจัยที่สนับสนุนว่า สารสกัดเอทานอลจากต้นบัวบก มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูข่าวเมื่อให้ทางหลอดเลือดดำ น้ำคั้นจากต้น และสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวและสุนัข บัวบกยังทำให้หลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดและคนที่เป็นริดสีดวงทวาร นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อระบบประสาท ทำให้การเรียนรู้ดีขึ้น มีฤทธิ์คลายความเครียด ซึ่งฤทธิ์คลายความเครียดนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงด้วย
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง
        “คาวตอง หรือพลูคาว” หมอยาทั่วไป ทั้งอีสาน ภาคเหนือ หรือไทยใหญ่มีความเชื่อว่าการกินคาวตองสดๆ กับน้ำพริก ลู่ ลาบ หรือใช้รากต้มกับปลาไหล รากตำเป็นน้ำพริกกินจะเป็นยารักษาโรคได้ เช่น ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวาร แผลในกะเพาะอาหาร
      
       พลูคาว นับเป็นผักสมุนไพรที่มีการศึกษาวิจัยและจดสิทธิบัตรมากตัวหนึ่ง ซึ่งจากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ต่างพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาวเช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ของหมอยาพื้นบ้าน ในประเทศเกาหลีก็ได้มีการใช้พลูคาวเป็นยาลดความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัวเนื่องจากมีการสะสมของไขมัน (atherosclerosis) และมะเร็งอีกด้วย
      
       “มะรุม” นับเป็นอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากที่สุด โดยจากประสบการณ์การใช้ของชาวบ้านทั้งในไทยและต่างประเทศ และการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตได้ รวมทั้งพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต เช่น niazinin A, niazinin B, niazimicin และ niaziminin A and B
      
       สำหรับตำรับยาแก้ความดันโลหิตสูง ซี่งต้องกินอย่างต่อเนื่อง เช่น
      
       ตำรับที่ 1 นำรากมาต้มกินเป็นซุป 
      
       ตำรับที่ 2 นำยอดมาต้มกิน 
      
       ตำรับที่ 3 นำยอดอุ๊ปใส่เนื้อวัวกิน ซึ่งต้องเป็นเนื้อวัวเท่านั้น 
      
       ตำรับที่ 4 นำรากมะรุมต้มกับรากย่านางกิน 
      
       ตำรับที่ 5 ใช้ยอดมะรุมสด โดยจะเป็นยอดอ่อนหรือยอดแก่ก็ได้ นำมาโขลกคั้นเอาน้ำ (ถ้าไม่มีน้ำให้เติมน้ำลงไปพอให้เหลวข้น) ผสมน้ำผึ้งพอหวาน กินวันละ 2 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว ยานี้จะช่วยลดความดัน เมื่อหยุดกินยาความดันโลหิตก็เพิ่มขึ้นมาอีก จึงต้องกินอย่างต่อเนื่อง
5 สมุนไพรไทย...พิชิตความดันโลหิตสูง

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บริหารอวัยวะเพศชาย ง่ายด้วยปลายนิ้ว

บริหารอวัยวะเพศชาย ง่ายด้วยปลายนิ้ว
วันๆหนึ่ง ผู้ชายอย่างเราๆ ให้ความสำคัญกับออกกำลังกายมากพอดู แต่เราลืมออกกำลังกายอวัยวะไปส่วนใดไปส่วนหนึ่งหรือเปล่า?? หนอนน้อยของอย่างเราๆไงละครับ อย่าลืมว่าเจ้านอนน้อย ก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งเหมือนกัน หากขาดเจ้าหนอนน้อยไปแล้วจะเรียกว่าผู้ชายได้อย่างไรจริงไหมครับ ในเมื่อทุกส่วนของร่างกายมีวิธีออกกำลังในแต่ละส่วนแล้ว ทำไมเจ้าหนอนน้อยจะไม่มีละครับ
อย่างแรกต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป อย่ารีบร้อน มันอาจเป็นการอันตรายมากกว่าจะดีนะครับ เพราะอาจจะทำให้เจ้าหนอนน้อยเกิดอาการบาดเจ็บได้ ควรเริ่มทำวันละนิด แล้วค่อยๆเพิ่มดีกว่า
การบริหารท่าแรก ท่านี้ทำได้ง่ายๆครับ เพียงคุณค่อยๆเกรงกล้ามเนื้อรอบๆของทวารหนักแล้วค่อยๆคลายออกหรือที่เรียกว่า ขมิบ นั่นเองครับ อาจค่อยๆเริ่มจาก 5 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาเป็น 30 นาทีก็ได้ครับ โดยกล้ามเนื้อส่วนที่ได้ออกกำลังจากท่านี้ เป็นกล้ามเนื้อส่วนเดียวกับที่ใช้กลั้นปัสสาวะ การบริหารท่านี้จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น และขณะคุณกำลังเกรงกล้ามเนื้อรอบๆทวารหนักในขณะเดียวกันนั้น จะเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังเลี้ยงยังเจ้าหนอนน้อยของคุณ ทำให้เจ้าหนอนน้อยอ้วนขึ้น และท่านี้ยังช่วยเพิ่มความอึดในการมีเพศสัมพันธุ์ของผู้ชายด้วยล่ะครับ
ก่อนจะเริ่มท่าต่อๆไป ให้คุณนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาพันเจ้าหนอนน้อยเพื่อเป็นการวอร์มก่อนนะครับ และอย่าลืมทำในที่ลับๆด้วย โดยเริ่มจากการทำมือของคุณให้เป็นสัญลักษณ์ OK ให้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือแตะกันเป็นตัว O แล้วก็บีบ ทำการยืดเจ้าหนอนน้อยของคุณเป็นเวลา 10-15 วินาที หลังจากนั้นก็ปล่อย แล้วเริ่มทำใหม่ ในขณะที่คุณค้างไว้ 10-15 นาทีนั้น ก็ทำการโยก ขึ้น ลง ซ้าย ขวาไปด้วย อย่าบีบรัดและยืดเจ้าหนอนน้อยจนเกินไปนะครับ อาจจะ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเอาได้
ท่าต่อมา ให้ทำมือเหมือนท่าที่แล้วครับ เพียงแต่รูดเจ้าหนอนน้อยของคุณตั้งแต่โคนไปถึงหัวของเจ้าหนอนน้อย แล้วก็วนกับไปทำใหม่ แบบนี้ครับ เริ่มแรกอาจจะเริ่มที่ 25 ครั้ง แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนครั้ง ทุกๆ 7 วันครับ และในขณะที่คุณกำลังเลื่อนจากโคนไปยังหัวของเจ้าหนอนน้อยนั้น เลือดก็จะถูกผลักไปเลี้ยงยังส่วนปลายของเจ้าหนอนน้อยอีกด้วย และท่านี้จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับเจ้าหนอนน้อยของคุณ อีกด้วยละครับ
เจ้าหนอนน้อยของคุณก็เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างมากนะครับพอๆกับส่วนอื่นๆ มั่นบริหารให้มันซะบ้าง ถึงภายนอกจะมองไม่เห็นว่าเจ้าหนอนของคุณมันกำยำ ล่ำสันเหมือนส่วนอื่นๆหรือไม่ แต่ถ้าหากเมื่อถึงเวลาที่จะใช้มันจริงๆ มันจะได้ไม่งอแงให้ขายหน้า แล้วจะหาว่าไม่เตือนนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"4 Easy Breakfast" เมนูง่าย ๆ เพื่อสุขภาพ

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก เพราะร่างกายของเราขาดอาหารมาตลอดทั้งคืน ตื่นมาต้องจัดเต็ม
ไม่ใช่กาแฟแก้วเดียวเหมือนทุกครั้ง เปลี่ยนด่วนเปลี่ยนด่วน!!
เมนูแนะนำสำหรับคนรักสุขภาพ ควรจะครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และสารอาหารทั้งหลายแหล่ 

มุสลี่ โยเกิร์ต ผลไม้+น้ำผึ้ง

เมนูที่ 1 muesli and yoghurt
คุณจะได้รับทั้งเส้นใยอาหาร โปรตีนจากโยเกิร์ต สารพัดวิตามิน เกลือแร่ และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงเจ้าจุลินทรีย์ตัวสำคัญทั้งหลายในโยเกิร์ตที่ช่วยการทำงานของลำไส้ จัดไปเลยคนละชาม อิ่มสบายท้องไปถึงเที่ยงแน่นอน จากนั้นถ้าต้องการกาแฟสักแก้วเพื่อกระตุ้นสมอง ก็ควรหลีกเลี่ยงครีมเทียมที่เป็นไขมันทราน แนะนำเป็นกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมจะดีที่สุด



ไข่ดาวทอดแบบไม่ใส่น้ำมัน + ขนมปังโฮลวีตปิ้ง 2 แผ่น +
มะเขือเทศและหอมหัวใหญ่ + น้ำผลไม้คั้นสด

เมนูที่ 2 breakfast toast
นำไข่ดาววางเป็นไส้ขนมปังที่เพิ่งปิ้งเสร็จใหม่ กรอบ หอม นุ่ม อุ่น ๆ วางมะเขือเทศสดและหอมใหญ่ที่หั่นเป็นแว่น โรยพริกไทย เกลือ บีบมะนาวเล็กน้อย ใส่น้ำผึ้งแท้นิดนึง คุณจะได้แซนด์วิชแสนอร่อยที่อิ่มท้องแบบไม่อ้วนด้วย



ไข่ลวก 2 ฟอง กับขนมปังปิ้ง และสลัดผักน้ำมันมะกอก+ผลไม้สด

เมนูที่ 3 ไข่นม สลัด และผลไม้สด
ต้มไข้ลงไปพร้อมน้ำ ใช้เวลาประมาณ 5-6 นาที สำหรับคนที่อยากได้ไข่ลวกเกือบสุก จากนั้นปรุงรสตามใจชอบเลยค่ะ ใครชอบซอสแมกกี้ ใครชอบเกลือพริกไทย ก็อร่อยได้ทั้งหมด ทานคู่กับผักสลัดและขนมปังปิ้ง บางคนใส่ไข่ลวกลงไปในขนมปัง เป็นแบบแซนด์วิช แล้วใส่ผักสลัดลงไปด้วย อร่อยแน่นอนค่ะ ตามด้วยผลไม้สด มื้อนี้ของคุณอร่อยแบบได้ประโยชน์แล้วหละ



มื้อเช้าไทย ๆ ข้าวต้มปลา + น้ำเต้าหู้ + ผลไม้สด

เมนูที่ 4 แบบไทยๆ

เลือกปลาที่หาซื้อได้ง่ายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปลาเก๋า ปลากระพง หรือปลาช่อน ก็อร่อยได้หมด แต่สำหรับน้ำซุป ให้หลีกเลี่ยงซุปก้อน หรือเครื่องปรุงรสที่ไม่สด ควรใช้กระดูกหมูทำน้ำซุปเก็บไว้ในช่องฟรีซเพื่อนำออกมาใช้ได้เสมอ หรือใช้กระดูกปลาต้มน้ำซุปก็ได้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย และเตรียมขิงตำกับพริกขี้หนู ปรุงด้วยเต้าเจี้ยวและน้ำตาล เอาไว้เติมข้าวต้มในชามของคุณ โรยหน้าด้วยคึ่นไช่ที่ขาดไม่ได้สำหรับข้าวต้ม ใครชอบขิงซอยก็เตรียมไว้ อร่อยแน่นอน เมนูนี้ดัดแปลงได้เลยสำหรับคนที่ไม่ชอบทานปลา ให้ใช้กุ้งทะเลตัวโตๆแทน อย่าใช้กุ้งเลี้ยงเพราะ เดี๋ยวจะไม่ใช่เมนูสุขภาพ จากนั้นตามด้วยน้ำเต้าหู้ที่ไม่ใส่น้ำตาล และผลไม้สด